Welcome

TPBI ผู้นำอุตสาหกรรมครบวงจรระดับโลก ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และรับผิดชอบต่อสังคม

 

Advertisements

คุยกันก่อนสักนิด

!!! ปีนี้คงเป็นปีที่แย่สำหรับหุ้นตัวนี้ เนื้อหาในส่วนงบการเงิน ยัง update ถึงแค่ปี 2559 นะครับ ลงทุนด้วยความระมัดระวังด้วย !!!

ก่อนอื่น ขอบคุณที่เข้ามาที่นี่นะครับ ไม่ว่าคุณจะเห็นผมได้อย่างไร ถ้าอ่านแล้ว คิดว่าสิ่งที่ผมทำมีประโยชน์ รบกวนช่วยแชร์ให้ผมด้วยนะครับ…นะ นะ นะ Please….


Hot Issue:สรุป Oppday Q2/60 ครับ (กดที่นี่เพื่ออ่านต่อ)

Hot Issue:คำถามไปยัง IR ล่าสุด (17/07/60) (กดที่นี่เพื่ออ่าน)

Hot Issue:Woolworths ประกาศนำถุงพลาสติกหูหิ้วออกจากร้านในอีก 12 เดือน (กดที่นี่เพื่ออ่านต่อ)

Hot Issue:สรุปสาระสำคัญ TPBI ใน Money Talk@SET (กดที่นี่เพื่ออ่านต่อ)

 

 


Blog นี้ เป็นแหล่งสำหรับรวบรวมข้อมูลของ TPBI ที่ต้องการให้ลึกที่สุด และเป็นกลางที่สุด เพื่อประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้น และผู้สนใจ

  • หากสนใจรายละเอียดการประกอบธุรกิจ ให้อ่านจากหน้านี้ลงไปได้เลย
  • หากสนใจพื้นฐานของหุ้นตัวนี้ รวมถึงงบการเงิน ให้เข้าสู่เมนู Fundamental
  • หากสนใจบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร/ผลลัพธ์ที่ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ ให้เข้าสู่เมนู Executive Plan
  • หากสนใจคำถาม/คำตอบของนักลงทุน ที่เคยถามไปทาง IR ให้เข้าสู่เมนู Q&A
  • หากต้องการติดต่อผู้จัดทำ Blog นี้ หรือสนใจเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำข้อมูล ให้เข้าสู่เมนู Contact
  • สำหรับบทความสั้นๆ ที่เกี่ยวกับ TPBI  ให้เข้าสู่เมนู Blog

ตอนนี้ อยู่ระหว่างปรับปรุงเนื้อหาเรื่อยๆนะครับ บางหัวข้อจะลงไว้ แต่ยังไม่ได้ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติม ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ความเห็นส่วนตัว สำหรับบริษัทนี้ อาจมี bias นะครับ: “การจะหาหุ้นที่ทำกำไรดีในตลาด อาจไม่ยากครับ แต่การจะหาบริษัทที่ตั้งใจทำงานจริงๆทั้งคำพูดและการกระทำ อาจยากกว่า แต่ผมว่าคุณจะเจอได้กับผู้บริหารบริษัทนี้ครับ”

(ปล. 90% ของผู้ที่เข้ามา จบอยู่ที่หน้านี้ ผมอยากให้อ่านทุกหัวข้อนะครับ ตั้งใจเขียนมาก ^^ และถ้าอะไรที่คิดว่าไม่ถูกต้อง รบกวนแจ้ง เพื่อจะได้รีบปรับปรุงต่อไป ขอบคุณครับ)

ประวัติ ความเป็นมา

(“บริษัท” หรือ “TPBI”) (เดิมชื่อ บริษัท อุตสาหกรรมถุงพลาสติคไทย จำกัด) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2530 มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบ ธุรกิจการผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ

ก่อนหน้าที่มาถึงวันนี้ คงต้องย้อนกลับไปในปี 2524 เป็นปีเริ่มต้นของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทองเทียนพลาสติค ที่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจนำเข้าเศษถุงพลาสติก และหลอมทำเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลจำหน่ายให้โรงงานผลิตถุงพลาสติกในประเทศ ก่อนจะเล็งเห็นโอกาสขยับขยายธุรกิจสู่การผลิตถุงพลาสติก เพื่อส่งออกไปยังประเทศสิงคโปร์และประเทศในแถบตะวันออกกลาง ภายใต้ชื่อ บริษัท ทองสินเอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ในปี 2526

โดยกิจการ เริ่มต้นจากคุณสมชัย บริสุทธนะกุล น้องคนสุดท้องในสามพี่น้องตระกูลบริสุทธนะกุล ซึ่งประกอบด้วย วิชัย สมศักดิ์ และสมชัย เป็นผู้เริ่มต้นธุรกิจในช่วงถุงพลาสติกเริ่มเข้าเมืองไทย ขณะนั้นคุณสมชัยทำงานอยู่ในโรงงานผลิตถุงพลาสติกในประเทศ และมีความคิดอยากจะทำธุรกิจ โดยแรกเริ่มนั้นเป็นเพียงธุรกิจนำเข้าเศษพลาสติกจากสิงค์โปร์ มาหลอมเป็นเม็ดพลาสติกใหม่ (รีไซเคิล) เพื่อส่งขาย และหลังจากที่เห็นน้องชายทำงานหนัก  พี่ทั้งสองจึงเข้ามาช่วย โดยคุณวิชัยทำหน้าที่ จัดหาเงินทุน คุณสมศักดิ์ ทำหน้าที่ดูแลโรงงาน และคุณสมชัยทำหน้าที่ฝ่ายขาย การตลาด และจัดหาวัตถุดิบ  โดยระยะแรก บริษัทมีพนักงานเพียง 4-5 คน และได้มีโอกาสรู้จักกับชาวสิงคโปร์ผู้ผลิตถุงพลาสติกเพื่อส่งออกรายใหญ่

จนถึงปี 2526 ธุรกิจก็มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อชาวสิงคโปร์ที่รู้จักกันต้องการขายโรงงาน และเครื่องจักร ขณะนั้นสิงคโปร์เป็นผู้ผลิตถุงรายใหญ่เพื่อส่งออกติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก จึงตัดสินใจซื้อโรงงาน และเครื่องจักรที่มีกำลังการผลิตประมาณ 200-300 ตันต่อเดือน ซึ่งค่าโรงงาน และเครื่องจักรที่ซื้อมา ก็ชำระด้วยสินค้าที่ผลิตได้ อีกทั้งยังได้ออเดอร์ลูกค้าเดิมมาอีกด้วย เรียกได้ว่าเริ่มธุรกิจถุงพลาสติกจากศูนย์ เป็นการจับเสือมือเปล่าอย่างแท้จริง

กว่าจะเติบโตเป็น บริษัทที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน สามพี่น้องบริสุทธนะกุลก้าวข้ามความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังจากตัดสินใจหยุดดำเนินกิจการทองเทียนพลาสติค และทองสินเอ็นเตอร์ไพรส์ ซึ่งดำเนินกิจการบนพื้นที่เช่า โดยย้ายเครื่องจักรทั้งหมดไว้ที่โรงงานแห่งใหม่แถวสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อเดินหน้าการผลิตเต็มกำลัง 700 ตันต่อเดือน พร้อมขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศในแถบยุโรป ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย จนคลอบคลุมทั่วทั้งโลก ภายใต้ชื่อ บริษัท อุตสาหกรรมถุงพลาสติคไทย จำกัด ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2530

บริษัทดำเนินกิจการในส่วนของ General Packaging เรื่อยมา จนในปี 2547 บริษัทจึงได้เล็งเห็นการเติบโตในอนาคตของกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน กลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิล์มลามิเนต และฟิล์มแบริเออร์ที่เหมาะสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทอาหารสดและอาหารสำเร็จรูปจะมีความต้องการใช้เพิ่มสูงขึ้น และเพื่อตอบสนองตลาดลูกค้าที่มีโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปในประเทศไทยเพื่อส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ จึงได้ร่วมกับ บริษัท คานาโอกะ จำกัด และกลุ่มบริษัท เอ.พี.เอส. จำกัด (ประกอบด้วย บริษัท เอ.พี.เอส. จำกัด และบริษัท เอเชีย แพ็คเกจจิ้ง เซ็นเตอร์ จำกัด) จัดตั้ง บริษัท ทีเอเค แพ็คเกจจิ้ง จำกัด (“TAK”) ขึ้น ซึ่งสินค้าในกลุ่มนี้ มีการผลิตที่ซับซ้อน เน้นห่อหุ้มสินค้าเกี่ยวกับอาหาร และต้องการความปลอดภัย โดยปัจจุบัน มีแนวโน้มเติมโต และทำกำไร จนเรียกได้ว่าเป็นทั้ง โอกาส และความหวัง ของ TPBI

ในปี 2553 ด้วยกระแสกดดันจากเทรนด์รักษ์โลก และการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มของตลาดในอนาคตที่การใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกซึ่งสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ จึงได้ลงทุนในบริษัท บริษัท มินิมา เทคโนโลยี จำกัด (“Minima Tech”)  ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศไต้หวันที่ประกอบธุรกิจผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) นอกจากนี้ TPBI และ Minima Tech ได้ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนโดยใช้ชื่อว่า บริษัท มินิมา (ประเทศไทย) จำกัด (“Minima”) เพื่อเป็นการเตรียมการไว้สำหรับธุรกิจผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ, การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพในประเทศไทย

ในปีเดียวกันนั้นเอง บริษัทยังได้ร่วมกับ บริษัท พี.พี. แพ็คเกจจิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกบรรจุอาหาร ได้จัดตั้ง บริษัท ทีเอ็มพี แพ็คเก็จจิ้ง จำกัด (“TMP”) เพื่อประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายถ้วยกระดาษ

จากนั้น ให้เดือน เมษายน 2558 ได้จดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ไทยเยอรมันรีไซเคิลเทคโนโลยี จำกัด (“TGRT”) เพื่อประกอบธุรกิจผลิตเม็ดพลาสติกจากเศษพลาสติก (Post-Consumer Plastic Scrap) โดยผ่านกระบวนการทำความสะอาดและรีไซเคิล โดยร่วมกับ ซึ่งกระบวนการ Recycle นี้เอง นอกจากจะยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ลดขยะ และนำกลับมาใช้ใหม่แล้ว ยังทำให้ กำไรขั้นต้น และกำไรสุทธิของบริษัท เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญได้รับการจารึกบนหน้าประวัติศาสตร์ของ TPBI เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559 เมื่อธุรกิจครอบครัวอายุมากกว่า 30 ปีปรับทิศทางสู่การเป็นบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพ ด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นของครอบครัวจาก 98.55% เหลือ 73.91% พร้อมระดมทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนกิจการ รวมถึงเงินทุนสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต เพื่อเดินหน้าธุรกิจสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ครบวงจรระดับโลก

ซึ่งการทำให้ธุรกิจเป็นบริษัทมืออาชีพ ด้วยการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากจะส่งผลดีด้านการบริหารจัดการ ยังสามารถระดมทุน เพื่อขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ flexible packaging ซึ่งทุกปีบริษัท มีการขยายธุรกิจตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น การนำเครื่องจักรใหม่ทดแทนเครื่องจักรเก่า การเพิ่มเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต รวมทั้ง การมองหาพันธมิตรร่วมทุนและควบรวม เพื่อเสริมฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งและสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมวางเป้าหมายการเติบโต 10,000 ล้านบาทใน 5 ปี และกำไรเติบโตเท่าตัวเป็น 700-800 ล้านบาท รวมถึงการขยับจากผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกสู่ 1 ใน 5 ภายใน 5 ปี ทั้งนี้เป้าหมายดังกล่าว จะเป็นเพียงภาพสวยหรูที่ไม่มีวันเกิด หรือความเป็นจริงในอนาคต เหล่าผู้ถือหุ้นทั้งหลายก็คงต้องติดตามกันต่อไป

ก้าวต่อไป บุก CLMV

ในวันที่ 28 มีนาคม 2560 บอร์ดบริหาร ได้อนุมัติจัดตั้งบริษัท ทีพีบีไอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท เพื่อประกอบกิจการเพื่อถือหุ้น หรือลงทุนในประเทศ และต่างประเทศ สอดรับกับแผนการ M&A ที่จะจัดหาพันธมิตรในแถบ CLMV เพื่อใช้เป็นฐานการผลิต และส่งออกไปยังประเทศอื่นๆใกล้เคียง

TPBI ทำอะไรมั่ง

ในปี 2017 TPBI มีอัตราการจ้างงานประมาณ 1,500 คน เป็นผู้ผลิตถุงพลาสติกรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (โดยอ้างอิงจากยอดขายในงบที่ส่งกรมสรรพากร) และเป็นผู้ผลิตที่มีกำลังผลิตติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก โดยมียอดการผลิตขนาดใหญ่กว่า 64,000 ตันต่อปี ซึ่งรายใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มียอดการผลิตประมาณ 100,000 ตันต่อปี

เปรียบเทียบบริษัท ในกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตถุงพลาสติกในประเทศไทย

บริษัท ลักษณะสินค้า รายได้ (ล้านบาท)
2016 2015 2014 2013 2012
 บ.ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) ถุงพลาสติกหูหิ้ว ถุงแฟชั่น ถุงยืดอายุผักผลไม้ ถุงขยะ ฟิลม์ลามิเนต ฟิลม์หุ้ม ฟิลม์หด ฟิลม์แบริเออร์ บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนสำหรับสินค้าบริโภค และอุปโภค  5024.98  4,805.65 4,784.19  3,881.32  3734.23
 บ.คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด ถุงพลาสติกหูหิ้ว ถุงแฟชั่น ถุงขยะ ถุงซิปชนิดเปิด-ปิดในตัวถุงใส่ผักผลไม้  N/A  3,237.95 2,969.04 3,117.13 3,229.52
 บ.นารายณ์แพ๊ค จำกัด ถุงพลาสติกหูหิ้ว ถุงแฟชั่น ถุงขยะ ถุงซิปชนิดเปิด-ปิดในตัว ถุงใส่ผักผลไม้ N/A 2,300.28 2,391.00 2,228.67 2,135.81
บ.ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หลอดดูดเครื่องดื่ม ถุงซิปชนิดเปิด-ปิดในตัว ถุงมือ ถุงยืดอายุผักผลไม้ 2,703.90 2,376.09  2,095.59 1,667.43  1,556.46
บ.มัลติแบ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ถุงขยะ ถุงถนอมอาหาร ถุงซิปชนิดเปิด-ปิดในตัว ถุงใส่ผักผลไม้ 1,535.72 1,731.70 1,759.79 1,479.94  1,499.55
บ.ไทย กริ๊พเทค จำกัด ถุงซิปชนิดเปิด-ปิดในตัว ถุงมือพลาสติก ฟิลม์ลามิเนต N/A 904.08 918.12 960.33 933.23

 ขณะนี้ TPBI มีโรงงานอยู่ 2 แห่ง คือที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พื้นที่ใช้งานปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 20 ไร่ สำหรับผลิตสินค้าประเภทต่างๆของบริษัท และมีแผนจะเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอีก 20 ไร่ เพื่อรองรับการขยายกำลังผลิตในส่วนของ Flexible Packaging โดยเฉพาะ โรงงานอีกแห่งหนึ่งอยู่ที่อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 100 ไร่ สำหรับผลิตสินค้าประเภท General Packaging รวมทั้งมีโรงงานผลิตเม็ด Compound เพื่อใช้ในการผลิตถุงพลาสติกอีกด้วย

General Packaging

General Packaging เป็นส่วนที่ TPBI มีความเชี่ยวชาญ ทั้งในเรื่องการผลิตเครื่องจักรได้เอง รวมถึงสูตรการผลิต เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ เนื่องจากตลาดของ General Packaging เป็นตลาดที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่ทั้งนี้ ในตลาดถุงพลาสติกของไทยนั้น TPBI ยังถือเป็นเบอร์ 1 ทั้งในแง่ของ กำลังการผลิต และ ยอดขาย

ซึ่งสินค้าในกลุ่มนี้ของ TPBI ประกอบด้วย

ถุงพลาสติกประเภทต่างๆ

  • ถุงพสาสติกหูหิ้ว (Vest Carries Bags/T-Shirt Bags)
t-shirt-bag

ถุงพลาสติกหูหิ้ว แบบพิมพ์ลาย

t-shirt-bag-no-print

ถุงพลาสติกหูหิ้ว แบบไม่พิมพ์ลาย

ถุงพสาสติกหูหิ้ว ใช้สำหรับบรรจุสิ่งของต่างๆ ทั้งสินค้าอุปโภค และบริโภคใน Modern Trade โดยลูกค้าในส่วนนี้ได้แก่ห้าง Modern Trade, Super Market และร้านสะดวกซื้อทั้ง ในประเทศ และต่างประเทศ

ถุงพสาสติกหูหิ้ว เป็นสินค้าดั้งเดิมของ TPBI และมีสัดส่วนรายได้สูงที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีการลดสัดส่วนลงมาเหลือ 41% ในปี 2016 เนื่องจากการบริหารพอร์ตสินค้า เพื่อลดความเสี่ยงจากการหดตัวของห้าง  Modern Trade และกระแสการลดใช้ถุงพลาสติก

  • ถุงขยะ (Garbage Bags)
gabage-bag-roll

ถุงขยะแบบม้วน

gabage-bag-flat

ถุงขยะแบบพับ

TPBI รับผลิตถุงพลาสติก โดยลูกค้าสามารถกำหนดรูปแบบของสินค้า เช่นลักษณะของส่วนผสม สี กลิ่น และรูปแบบการมัดปากถุง โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นห้าง Modern Trade และร้านสะดวกซื้อ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยสั่งผลิตภายใต้ตราสินค้าของตัวเอง เพื่อจำหน่าย และ/หรือ ใช้ในการกำจัดขยะในธุรกิจของตน

จากการที่ปริมาณการใช้หุงพลาสติกหูหิ้วลดลง ทำให้ผู้บริโภค จำเป็นต้องซื้อถุงขยะ มาแทนถุงหูหิ้วที่เดิมนำมาใช้เป็นถุงขยะ ทำให้ปริมาณการใช้ถุงขยะ สวนทางกับปริมาณการใช้ถุงหูหิ้ว เพื่อให้พอร์ตของสินค้ามีความเหมาะสม ทาง TPBI จึงได้เพิ่มสัดส่วนของถุงขยะเป็น 24% ในปี 2016

  • ถุงแฟชั่น (Loop-Handle/Die Cut Bags/Fashion Bags)
shoping-bag

ใช้สำหรับบรรจุเสื้อผ้าและสินค้าต่างๆ ในการจับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้า ซึ่งจะเน้นรูปลักษณ์และมีสีสันสวยงาม ลูกค้าถุงแฟชั่นส่วนใหญ่เป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำในต่างประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น โดยถุงแฟชั่น จะมีมูลค่าสูงกว่าถุงหูหิ้วโดยทั่วไป เนื่องจากความหนาของถุง และการพิมพ์ลวดลายที่สวยงาม แต่เมื่อกระแสการใช้วัตถุดิบรีไซเคิล เพิ่มขึ้น ทำให้ในต่างประเทศมีความต้องการทางด้านรีไซเคิลเพิ่มขึ้น โดยยอมลดความสวยงามของถุงลง ซึ่งวัสดุรีไซเคิล เป็นจุดเด่นของทาง TBPI อยู่แล้ว โดยทาง TPBI ได้ปรับปรุงเครื่องจักรเดิมที่ผลิตถุงหูหิ้ว เพื่อขยายกำลังการผลิตในส่วนถุงแฟชั่น ทำให้ไม่ต้องสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่

  • ถุงยืดอายุผัก ผลไม้ (EMAP Film Bags)
emap-film-bag

ถุงยืดอายุผัก ผลไม้ (Equilibrium Modified Atmosphere Packaging) ใช้สำหรับบรรจุ ผัก และผลไม้สด เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา มีลักษณะเป็นถุงสีขาวขุ่น และมีความทนทาน ผลิตจากเม็ดพลาสติกบริสุทธิ์เกรดคุณภาพสูง พร้อมด้วยส่วนผสมสูตรพิเศษที่ค้นคว้า และพัฒนาโดยสถาบันโลหะและวัสดุศาสตร์แห่งชาติ (เอ็มเทค) โดยได้นำ EMAP Film มาผลิตเป็นถุง โดยที่ถุงดังกล่าวจะมีคุณสมบัติในการควบคุมการไหลเวียนของก๊าซต่างๆ ทำให้สามารถยืดอายุผัก และผลไม้ได้ ทั้งนี้ อายุการเก็บรักษาจะขึ้นอยู่กับประเภทของผักและผลไม้สดและอุณหภูมิในการเก็บ แต่โดยทั่วไปสามารถยืดอายุการเก็บได้ประมาณ 2-5 เท่า เมื่อเทียบกับการเก็บรักษาปรกติ ส่วนใหญ่นำไปใช้บรรจุผักและผลไม้สดเพื่อการขนส่งระหว่างจังหวัด ลูกค้าถุงยืดอายุผักผลไม้เป็นลูกค้าในประเทศทั้งหมดซึ่งได้แก่ ผู้ค้าส่งผักและผลไม้ เป็นต้น

  • ถุงใส่ผัก ผลไม้ (Product bag on roll)
bag-on-roll

ถุงใส่ผัก ผลไม้ (Product bag on roll) ใช้ใน super market ที่มีการจำหน่ายอาหารสด โดยลักษณะจะเป็นถุงม้วน โดยสามารถฉีกถุงออกเป็นแต่ละใบได้ เพื่อให้ผู้ใช้นำไปใส่ผัก ผลไม้เพื่อนำไปชั่งน้ำหนัก ซึ่งสินค้าในกลุ่มของถุงใส่ผักผลไม้ จะไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนโยบายสิ่งแวดล้อม และนโยบายการใช้ถุงพลาสติก โดยเติบโตไปพร้อมกับความต้องการในการบริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2016 ทาง TPBI ได้รับคำสั่งซื้อจากสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวน 1,000 ตัน/ปี โดยเครื่องจักร เป็นการออกแบบโดยวิศวกรของ TPBI เอง และในปี 2017 ได้มีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

  • ถุงสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม (Industrial Liner Bags)
industrial-liner-bag

ถุงใส่น้ำตาล/ถุงใส่ปุ๋ย

industrial-liner-bag

ถุงใส่เนื้อสัตว์ในอุตสาหกรรม

ถุงสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม เป็นถุงขนาดใหญ่ที่ใช้บรรจุสินค้าต่างๆในอุตสาหกรรม เช่นถุงปุ๋ย ถุงน้ำตาล หรือถุงใส่ข้าว หรือห่อชิ้นส่วนของรถยนต์ ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้มีความต้องการสูง และในตลาดมีการแข็งขันกันสูงมากเช่นกัน แต่ด้วยส่วนใหญ่ไม่เน้นความสวยงาม ทำให้ TPBI สามารถใช้เม็ดรีไซเคิล เพื่อลดต้นทุน และสามารถแข่งขันกับรายอื่นในตลาดได้

โดยตลาดนี้ ทาง TPBI จะเพิ่มกำลังการผลิตในปี  2017 เพื่อเจาะตลาดเพิ่มเติม โดยจะทำถุงสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมในส่วนของอาหาร (Food standard) สำหรับบรรจุเนื้อสัตว์เช่น เนื้อหมู หรือเนื้อไก่ เป็นต้น

สินค้าใหม่ในกลุ่มถุงพลาสติกที่เพิ่มเข้ามาในปี 2017

ด้วยการเปลี่ยนแปลงเรื่องนโยบายการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศต่างๆ และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจ e-commerce ซึ่งทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภค เปลี่ยนจากการไปซื้อของตามห้าง Modern Trade มาเป็นการสั่งซื้อของทาง Online ทำให้แนวโน้มปริมาณสาขาของห้าง Modern Trade ลดลง เพื่อที่จะป้องกันความเสี่ยงจากการลดลงของความต้องการถุงหูหิ้ว อีกทั้งเพื่อให้พอร์ตของสินค้าของทางบริษัทมีความหลากหลาย ในปี 2017 บริษัท จึงได้เพิ่มสินค้าที่ไม่มีผลกับนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในกลุ่มนี้ ได้แก่

  • ถุงสำหรับใส่ครีมตกแต่งหน้าเค้ก (Piping Bags)
pipingbag

ถุงสำหรับใส่ครีมตกแต่งหน้าเค้ก เป็นถุงพลาสติกเกรดคุณภาพอาหาร (Food standard) โดยผู้ใช้จะทำการใส่ครีมตกแต่งหน้าเค้กลงไปในถุงกรวยรูปสามเหลี่ยม และตัดปลายสามเหลี่ยม หรือสวมตัวหัวแต่งครีม เพื่อให้เกิดลวดลายที่แตกต่างกัน และเนื่องด้วยต่างประเทศ มีการผลิตเค้กเป็นจำนวนมาก ในปี 2017 ทาง TPBI จึงได้มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าในส่วนนี้แล้ว โดยได้สัญญาในเบื้องต้น 5 ปี

  • ถุงแช่แข็งอาหาร (Food Freezer Bags)
food-freezer-bag

เนื่องจากในต่างประเทศ มีพฤติกรรมการซื้ออาหารสดมาปริมาณมาก และแบ่งออกเป็นแต่ละวัน ทำให้มีความต้องการในการใช้ถุงสำหรับแช่แข็งอาหาร โดยจะต้องเป็นถุงพลาสติกเกรดคุณภาพอาหาร (Food standard) ซึ่งทนอุณหภูมิติดลบได้โดยไม่ปริ หรือแตก อาจมีการประกอบซิปเข้าไปร่วมด้วย

  • ถุงซิป (Zipper bags)
zip-bag

ถุงซิปใส่อาหาร ลักษณะคล้ายกับถุงแช่แข็งอาหาร แต่แตกต่างตรงส่วนผสมที่ไม่ต้องการทนความเย็นเท่ากับถุงแช่แข็งอาหาร โดยจะต้องเป็นถุงพลาสติกเกรดคุณภาพอาหาร (Food standard) เช่นเดียวกัน

  • ถุงสำหรับใส่สินค้าพัสดุ (Mail Order Bags)
mail-order-bag

เนื่องจากกระแส e-commerce เติบโต ไม่ว่าจะเป็น Amezon, Alibaba หรือ Lazada ซึ่งปัจจุบันเข้ามาดึงส่วนแบ่งการตลาดของห้าง Modern Trade เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ซื้อของผ่านร้านค้า online มากขึ้น ทำให้ TPBI มองเห็นโอกาสในตลาดกลุ่มนี้ ในปี 2017 จึงได้ทำการปรับปรุงเครื่องจักรในส่วนของถุงหูหิ้วจำนวนหนึ่ง เพื่อปรับให้สามารถผลิตถุงสำหรับใส่สินค้าพัสดุ โดยมีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนหนึ่งแล้ว และมีแนวโน้มเติบโตต่อไปในอนาคต

  • ถุงสำหรับสนามบิน/ร้านค้าปลอดภาษี (Security/Duty Free Bags)
duty-fee-bag

ถุงสำหรับสนามบิน/ร้านค้าปลอดภาษี จะมีลักษณะการใช้งานเหมือนกันคือ จะเป็นการ zeal ปิดถุงไว้ไม่สามารถเปิดได้โดยไม่ฉีกขาด เพื่อให้มั่นใจว่า สิ่งของที่อยู่ในถุงไม่มีการแกะออกก่อนถึงมือผู้รับปลายทาง โดยกระบวนการผลิตจะเหมือนกับถุงสำหรับใส่สินค้าพัสดุ แต่แตกต่างกันในส่วนของฟังก์ชันการใช้งาน


ฟิล์ม (Multilayer Blown Film)

multilayer-blown-film

TPBI ให้บริการผลิตและจำหน่ายม้วนฟิล์มประเภทต่างๆ ที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบและ/หรือนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าในประเทศ โดยประเภทของฟิล์มที่บริษัทผลิตและจำหน่ายแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้

  • ฟิล์มลามิเนต (Lamination Film)

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฟิล์มลามิเนต

ฟิล์มลามิเนตส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับสินค้าบริโภคและอุปโภค (Flexible Packaging) ซึ่งฟิล์มลามิเนตที่บริษัทผลิตนี้ จะเป็นฟิล์มชั้นในซึ่งเป็นส่วนที่สัมผัสกับอาหารโดยตรง ดังนั้น บริษัทจึงเน้นความสะอาดในการผลิตเป็นพิเศษ โดยลูกค้าจะนำฟิล์มชนิดนี้ไปประกบวัสดุอื่น เช่น อลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminum Foil)  ฟิล์มพลาสติกเพื่อการพิมพ์ลาย อย่างใดอย่างนึง หรือหลายอย่างรวมกันตามความเหมาะสมของประเภทสินค้าที่บรรจุภายในบรรจุภัณฑ์

ลูกค้าฟิล์มลามิเนตของ TPBI เป็นลูกค้าในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ TAK (บริษัทย่อยของ TPBI) ผู้ประกอบการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนเพื่อสินค้าบริโภคและอุปโภครายอื่นๆ และผู้ประกอบการผลิตสินค้าบริโภคและอุปโภคต่างๆ เช่น อาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น

  • ฟิล์มแบริเออร์ (Barrier Film)

ฟิล์มแบริเออร์นำไปใช้เพื่อการปกป้องผลิตภัณฑ์ให้มีอายุเก็บนานขึ้น ป้องกันการเสื่อมสภาพ ป้องกันการซึมผ่านของออกซิเจน ความชื้น จุลินทรีย์ และสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังป้องกันการระเหยของกลิ่นและน้ำมันได้  ส่วนใหญ่นำไปใช้ในการบรรจุอาหารและสินค้าอุปโภค ซึ่งลูกค้าของบริษัทเป็นลูกค้าในประเทศทั้งหมด ได้แก่ ผู้ประกอบการผลิตสินค้าบริโภคและอุปโภคต่างๆ เช่น อาหารสด อาหารสำเร็จรูป ยาสีฟัน เป็นต้น

  • ฟิล์มหุ้ม (Stretch Hood)

ตัวอย่างการใช้ฟิล์มหุ้ม

สำหรับนำไปใช้ในการครอบสินค้าบนพาเลท (pallet) เพื่อป้องกันฝุ่นและไอน้ำ รักษารูปทรงของสินค้าและให้สะดวกต่อการขนส่ง มีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเหนียวแข็งแรง และมีแรงยืดเพื่อป้องกันการทะลุ กลุ่มลูกค้าฟิล์มหุ้มส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมการผลิตปูนซีเมนต์ เป็นต้น

  • ฟิล์มหด (Shrink Film)

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฟิล์มหด

สำหรับนำไปใช้ในการห่อรัดสินค้าให้อยู่ในรูปทรงของแพ็คเดียว แพ็คคู่ หรือแพ็คโหล ตามความต้องการ เนื้อฟิล์มมีความใส และมีคุณสมบัติหดตัวรัดผลิตภัณฑ์ที่ไปครอบเมื่อโดนความร้อน ใช้กับสินค้าบริโภคและอุปโภคต่างๆ กลุ่มลูกค้าฟิล์มหดของบริษัทเป็นลูกค้าในประเทศทั้งหมด ได้แก่ ผู้ประกอบการผลิตเครื่องดื่มเป็นขวด เป็นต้น

ในปี 2016 ส่วนของ Multilayer Blown Film มีการย้ายเครื่องจักรจากระยอง มารวมศูนย์ที่สามพราน ทำให้กำลังการผลิตในปี 2016 จะลดลงเล็กน้อย แต่เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพ โดยกำลังการผลิตคาดว่าจะกลับมาในปี 2017


บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับสินค้าบริโภคและอุปโภค (Flexible Packaging)

กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับสินค้าบริโภคและอุปโภคจะดำเนินการโดย บริษัท ทีเอเค แพ็คเกจจิ้ง จำกัด (“TAK”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ใช้สำหรับบรรจุสินค้าบริโภคและอุปโภคต่างๆ เพื่อป้องกันการซึมผ่านของอากาศ น้ำ กลิ่น และเพื่อถนอมและยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ภายใน บรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทนี้ผลิตจากฟิล์มพลาสติกประกบกัน 2-3 ชั้น หรือ มีการเคลือบฟิล์มพลาสติกเข้ากับวัสดุอื่นๆ เช่น อลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminum Foil) โดยทําการยึดติดระหว่างชั้นฟิล์มด้วยการใช้ความร้อน หรือใช้กาว

บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับสินค้าบริโภคและอุปโภคเป็นบรรจุภัณฑ์พบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เพราะสามารถใช้ในการบรรจุได้ทั้งสินค้าบริโภคและอุปโภคที่อยู่ในรูปของแห้งและของเหลว โดย TAK รับผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนเพื่อการบรรจุสินค้าบริโภคเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งได้แก่ บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง อาหารแห้ง ถุงบรรจุขนมประเภทต่างๆ ถุงบรรจุซอสและเครื่องปรุงต่างๆ โดยสามารถผลิตได้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น แบบม้วน แบบซองตั้ง ซองซีลกลาง ซองผนึกสามด้าน ซองซิป และอื่นๆ ตามคำสั่งซื้อของลูกค้าซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ของ TAK เป็นลูกค้าในประเทศที่ผลิตสินค้าบริโภคเพื่อการส่งออก นอกจากนี้ TAK ยังสามารถผลิตซองสำหรับบรรจุแซนด์วิชเพื่อขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านค้าสะดวกซื้ออื่นๆ ซึ่งซองดังกล่าว TAK ได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีจากผู้ร่วมทุนญี่ปุ่น โดยเป็นซองที่ทำให้สามารถฉีกซองจากแถบแกนกลางได้โดยที่ยังสามารถรักษารูปทรงของซองที่ใช้ห่อแซนด์วิชได้อยู่ ทำให้สะดวกต่อการบริโภค ทั้งนี้ TAK ยังรับผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อการบรรจุสินค้าอุปโภคด้วยเช่นกัน เช่น น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผงซักฟอก ผ้าอนามัย ผ้าอ้อม เป็นต้น

กลุ่มของบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน เป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตราการเติบโตสูงในทุกปี เนื่องจากเป็นสินค้าที่เติบโตตามการเติบโตของสังคมเมือง (urbanization) เนื่องจากเกี่ยวข้องกับของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน โดย TPBI เป็นเจ้าแรกที่ลงทุนการผลิต ระดับ clean room class 100,000 (จำนวนอนุภาคขนาด 0.5 μm นับได้ไม่เกิน 100,000 อนุภาค/ลูกบาศก์ฟุต)

ผลิตภัณฑ์จาก TAK ในส่วนของขนมขบเคี้ยว

ผลิตภัณฑ์จาก TAK ในส่วนของอาหารสำเร็จรูป ซึ่งจะเห็นว่า สามารถพบได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ โดยเกาะไปกับพฤติกรรมการบริโภคของคนในสมัยนี้ ที่เน้นสะดวก และรวดเร็ว ซึ่งในกลุ่มนี้ มีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง


ผลิตภัณฑ์อื่นๆ

TPBI ได้มีทำผลิตภัณฑ์อื่นๆนอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาข้างต้นได้แก่

  • ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ

พลาสติกชีวภาพ คือ พลาสติกที่ผลิตขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นพืข เช่นแป้ง (Starch) โปรตีนจากถั่ว และข้าวโพด เป็นต้น โดยมีทั้งประเภทที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพ (Bio-Based Non-Biodegradable Plastic) และย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Bio-Based Biodegradable Plastic) โดยผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ TPBI ผลิตได้ด้วยเม็ดพลาสติกจากปิโตรเคมี สามารถนำมาผลิตโดยใช้เม็ดพลาสติกชีวภาพได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า แต่เนื่องจากเม็ดพลาสติกชีวภาพ มีต้นทุนที่สูงกว่าเม็ดพลาสติกจากปิโตรเคมี จึงต้องอยู่ในช่วงที่ให้ราคาเม็ดพลาสติกชีวภาพมีราคาลดลง แต่ทั้งนี้ ด้วยกระบวนการ Compound ที่ TPBI มีความถนัดอยู่ จึงเป็นโอกาสที่ได้เปรียบจากคู่แข่งรายอื่น

  • ถ้วยกระดาษ และชามกระดาษ (Paper Cup and Bowl)

ดำเนินการโดย บริษัท ทีเอ็มพี แพ็คเกจจิ้ง จำกัด (“TMP”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท โดยมีทั้งถ้วยกระดาษเคลือบพลาสติก และถ้วยกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพ ขายให้กับลูกค้าในประเทศที่เป็นร้านค้าต่างๆ โดยการผลิตและจำหน่ายถ้วยกระดาษ

  • บรรจุภัณฑ์ สำหรับใส่ถุงใส่เลือด

TPBI ได้เริ่มรุกตลาดอุปกรณ์พลาสติกทางการแพทย์ ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ สำหรับใส่ถุงใส่เลือด ซึ่งเป็นสินค้านวัตกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตให้ได้ตามมาตรฐานเพื่อรักษาปริมาณความเข้มข้นของสารที่ป้องกันเลือดแข็งตัว โดย TPBI ได้ร่วมกับกลุ่ม ปตท. โกลบอล เคมิคอล และสภากาชาดไทย ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่ถุงใส่เลือดให้กับ สภากาชาดไทย จากเดิมที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยมีคำสั่งซื้อสินค้าในครั้งแรก จำนวน 280,000 ใบ และขณะนี้ อยู่ระหว่างที่สภากาชาดไทย ขอปรับเปลี่ยนรูปแบบของกระบวนผลิตให้เป็นอัตโนมัติ โดยในปี 2017 ทาง TPBI มีแผนจะขายผลิตภัณฑ์พร้อมเครื่องบรรจุร่วมกับพันธมิตร

  • ถุงเก็บของเสียสำหรับแปะหน้าท้อง (Colostomy Bag)

TPBI ได้ร่วมกับกลุ่ม ปตท. โกลบอล เคมิคอล สถาบันพลาสติก และสำนักงานสุขภาพแห่งชาติ เพื่อพัฒนาถุงเก็บของเสียสำหรับแปะหน้าท้อง ผู้ป่วยที่ไม่สามารถขับถ่ายได้ตามปกติ โดย TPBI รับผิดชอบในส่วนของการขึ้นรูปถุง ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการร่วมพัฒนา และวิจัย เพื่อนำมาทดแทนการนำเข้า และเพิ่มศักยภาพผู้ผลิตในไทย

  • เม็ดพลาสติกคอมพาวด์

เป็นการผลิตเม็ดพลาสติก โดยเติมสารบางอย่างเพื่อให้ได้คุณสมบัติตามที่ต้องการ ซึ่งมีทั้ง Compound Bio-Plastic Resin โดยทำผ่าน MINIMA หรือ Compound Recycle Resin โดย TPBI เอง เพื่อผลิตสำหรับนำไปผลิตเป็น General Packaging หรือส่งขายให้กับคู่ค้ารายอื่น โดยปี 2016 ปีรายได้เติบโตจากการขายเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ไปยังประเทศไนจีเรีย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม อีกทั้งยังจำหน่ายให้กับคู่ค้าในประเทศด้วย

ยุทธศาสตร์การเติบโต

TPBI มุ่งเน้นในการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสินค้ากลุ่ม Flexible Packaging เนื่องจากมีมุมมองว่าเป็น Segment ที่มีความยั่งยืนกว่า และมีโอกาสในการเจริญเติบโตในอนาคตสูงกว่า ส่วน General Packaging ในส่วนของถุงพลาสติกนั้นจะได้รับผลกระทบจากระแสการอนุรักษณ์สิ่งแวดล้อม TPBI จึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ ซึ่งได้วางแผนให้เกิดการปรับเปลี่ยนในปี 2017 นี้

โดยแผนธุรกิจระยะสั้นก็คือจะขยายความสามารถในการผลิตของสินค้าเก่าที่ดูมีอนาคต เช่น ถุงขยะ ถุงอาหารแช่แข็ง เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีแผนที่จะเพิ่มสินค้าใหม่ซึ่งตอนนี้กำลังศึกษาถุง Zip Lock, Mail-Order bag, Piping bag สำหรับอุตสาหกรรม Bakery, ถุงป้องกันกลิ่น สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องหอม และเครื่องมือแพทย์ เช่น ถุงสำหรับใส่เก็บรักษาถุงเลือดบริจาค สำหรับสภากาชาด, ถุงขับถ่าย เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์

เนื่องจาก TPBI มีองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรม จึงสามารถที่จะดัดแปลงเครื่องจักรเดิมให้นำมาใช้ผลิตสินค้าใหม่ได้ จึงทำให้มีต้นทุนที่ถูกกว่า และไม่ต้องเสียเวลาในการรอเครื่องจักรใหม่ด้วย

นอกจากนี้ยังต้องคอยเฝ้าระวังนโยบายระหว่างประเทศ เนื่องจากทางประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่งได้ผู้นำใหม่ จึงทำให้ต้องคอยจับตานโยบายเกี่ยวกับภาษีต่างๆอย่างใกล้ชิด

แต่โดยในระยะยาว TPBI จะบริหารพอร์ตของสินค้าให้มีส่วนของ General Packaging ซึ่งเป็น Cash Cow ของบริษัท อยู่ที่ 50% และ ส่วนของผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น Frexible Packaging ซึ่งเป็น Star ของบริษัท อีก 50%

สำหรับในปี 2557 รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 4,746.20 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 19.16% โดยมีสาเหตุหลักมาจากคำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าเดิม ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการขยายตัวของธุรกิจของลูกค้าและความไว้วางใจในคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าจากกลุ่มบริษัทที่เพิ่มขึ้น คำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่ และรายได้จากการขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับราคาขายตามราคาวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลงไปตามระดับราคาเม็ดพลาสติกในแต่ละช่วงเวลา สำหรับรายได้รวมในปี 2558 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากรายได้จากการขายในปี 2557 จาก 4,746.20 ล้านบาท เป็น 4,768.56 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 0.45% และในปี 2559 รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 4,897.11 คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 2.63%

จะเห็นว่ารายได้จากการขาย มีอัตราการเติบโตทุกปีอยู่ระดับประมาณ 7.51% แต่เป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า ผู้บริหารต้องการจะเพิ่มยอดขาย ไปสู่หลัก 10,000 ล้าน โดยกลยุทธมาจากทั้งการเติบโตจากภายใน (Organic Growth) ผ่านการขยายกำลังการผลิต เพิ่มรูปแบบของสินค้าใหม่ๆ และการเติบโตจากภายนอก (Inorganic Growth) ผ่านการ M&A

สร้างความแตกต่างจาก Player อื่นๆ เพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน

  • สามารถสร้างเครื่องจักรสำหรับผลิต General Packaging ได้ด้วยตัวเอง
  • เข้าสู่ธุรกิจ Compound เพื่อเสริมศักยภาพของธุรกิจ
  • เข้าสู่ธุรกิจพลาสติกชีวภาพ เพื่อรองรับ Mega Trend ในอนาคต
  • เข้าสู่ธุรกิจ Recycle เพื่อลดต้นทุนอีกขั้น
  • ไม่หยุดที่จะลงทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน

เตรียมรับการเติบโตทั้ง Organic Growth และ Inorganic Growth

จุดแข็ง(S)/จุดอ่อน(W)/โอกาส(O)/อุปสรรค(T)

จุดแข็งของธุรกิจ (Strengths)

ครอบคลุมธุรกิจ ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

จากรูป TPBI ลงทุนในทุกจุดของธุรกิจ เริ่มจากการจัดหาวัตถุดิบ (Feedstock) นั้น TPBI รับซื้อเศษพลาสติกจากโรงงานที่ไม่สามารถทำการ recycle เองได้  อีกทั้งส่วนหนึ่งเกิดจากกระบวนการผลิตของ TPBI เอง เช่นเศษพลาสติกจากการตัดถุง หรือพลาสติกที่เกิดจากกระบวนการทดสอบการผลิต  มาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิต

ส่วนของการผลิตเม็ดพลาสติก (Resin Producers) นั้น หากเป็นเม็ดพลาสติกจาก Post-Industrial Plastic Scrap จะดำเนินการใน TPBI เอง แต่หากเป็น Post-Consumer Plastic Scrap จะดำเนินการผ่านบริษัทลูก TGRT เพื่อผลิตเม็ดพลาสติก recycle

ลำดับถัดมาในส่วนของการผลิตเม็ด Compund (Compound Resin Producers) เป็นส่วนที่นำวัตถุดิบมาผลิตเม็ด Compound เพื่อให้ได้คุณสมบัติตามที่ต้องการ โดย Compound Bio-Plastic Resin โดยทำผ่าน MINIMA หรือ Compound Recycle Resin โดย TPBI เอง เพื่อผลิตสำหรับนำไปผลิตเป็น General Packaging หรือส่งขายให้กับคู่ค้ารายอื่น

ลำดับถัดมา คือกระบวนการผลิต Film (Film Procedure) โดย TPBI เพื่อเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิต Frexible Packaging และขายให้กับลูกค้าอื่นๆ

และส่วนสุดท้าย เป็นส่วนของการผลิต General Packaging โดย TPBI และ Frexible Packaging โดย TAK

เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต General Packaging ทาง TPBI สามารถสร้างเองได้ทั้งหมด

เนื่องจากที่เติบโตมาในธุรกิจ General Packaging กว่า 35 ปี ทำให้ TPBI มีความรู้ในการผลิต และปรับปรุงเครื่องจักรสำหรับการผลิต General Packaging ด้วยตัวเอง โดยเครื่องจักรที่ TPBI ใช้ ไม่สามารถหาซื้อในตลาดได้ โดยที่เห็นได้ชัดเจนเช่น เมื่อต้องการเปลี่ยนเครื่องผลิตถุงหูหิ้ว มาผลิตสินค้าอื่น ทาง TPBI เองสามารถปรับปรุงเครื่องจักรที่มีได้ โดยไม่ต้องสั่งเครื่องจักรใหม่

นอกจากการดัดแปลง และการผลิตเครื่องจักรแล้ว กลุ่มบริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงเครื่องจักร การจัดวางสายการผลิตให้อยู่ในลักษณะแบบต่อเนื่อง (Continuous Line) เพื่อประสิทธิผลสูงสุดในการผลิต ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยในอัตราที่ต่ำลง เป็นการลดการพึ่งพิงแรงงานจากคนอย่างมีนัยสำคัญ และลดการสูญเสียระหว่างผลิต ดังจะเห็นได้จากอัตราการสูญเสียระหว่างผลิตที่โรงงานสามพรานในปี 2557 ของสายการผลิตแบบต่อเนื่องซึ่งเท่ากับร้อยละ 9.89 เทียบกับอัตราการสูญเสียระหว่างผลิตของสายการผลิตแบบไม่ต่อเนื่อง (Off-Line) ที่เท่ากับร้อยละ 13.96 นอกจากนี้ ฝ่ายวิศวกรรมของกลุ่มบริษัทยังมีความสามารถในการบำรุงรักษา ซ่อมแซม และแก้ไขปัญหาเครื่องจักรได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีปัญหา ไม่ทำให้กระบวนการผลิตต้องหยุดชะงักเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นกับเครื่องจักร

ลงทุนในธุรกิจ Post Consumer เพื่อทำการ recycle เศษพลาสติก

ทาง TPBI ลงทุนใน Post Consumer เพื่อนำเศษพลาสติก กลับมา recycle และนำกลับมาใช้กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ของทาง TPBI เอง ซึ่งมีประโยชน์ 2 ส่วนคือ

  • ลดต้นทุนถูกลง เนื่องจากเศษพลาสติกจาก Post Consumer จะมีต้นทุนการผลิตถูกกว่า Post Industrial
  • รักษาสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของบริษัท

เม็ด Compound ตัวลดต้นทุนอย่างก้าวกระโดด

ในปี 2013 ทาง TPBI ได้มีการลงทุนสร้างโรง Compound เพื่อนำกระบวนการ Compound มาปรับปรุงกระบวนการผลิต ดังนี้

  • กระบวนการเดิมนั้น จะต้องนำเศษพลาสติก (Post Industrial Scrap) มาทำการหลอมเพื่อให้เป็นเม็ดพลาสติกก่อน เปลี่ยนมาเป็นการข้ามขั้นตอนการหลอมเศษพลาสติก โดยส่งเศษพลาสติกเข้าตรงมาที่กระบวนการ Compound ผสมรวมกับเม็ดพลาสติก vergin และสารปรุงแต่ง สี หรือกลิ่นตามคุณสมบัติที่ลูกค้าต้องการได้ทันที ทำให้ต้นทุนการ recycle จากการหลอมพลาสติกลง
  • สารที่ใช้ในการทำ Compound ทาง TPBI สามารถสั่งซื้อส่วนผสม Filler ในรูปของ ผง (Powder) จากเหมืองมาใส่ในโรง Compound แทนการสั่ง Filler ในรูปเม็ดพลาสติก ทำให้ลดต้นทุนในส่วนของ Filler ได้อีก
  • เนื่องจากกระบวนการนี้ ทำให้วัตถุดิบทุกอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน (homogenize) ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ Filler และการใช้ recycle ทำให้ต้นทุนลดลงอีกขั้น

ซึ่งกระบวนการ Compound นี้ เริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี 2014 ทำให้ประหยัดต้นทุน และเพิ่มคุณภาพของสินค้า โดยหลังจากปรับปรุงแล้ว กำไรขั้นต้นก้าวกระโดดจากเดิม 6%-8% มาอยู่ที่ประมาณ 14%- 16%

Economy Of Scale

เนื่องจาก 70% ของค่าใช้จ่ายในหมวดของ General Packaging และ 50% ในหมวดของ Frexible Packaging มาจากค่าวัตถุดิบ ดังนั้น หากสามารถลดค่าวัตถุดิบลงได้ จะทำให้กำไรสุทธิสามารถเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น การที่ TPBI เพิ่มกำลังการผลิตได้มากขึ้น จะเป็นผลดีกับกำไรสุทธิ เนื่องจากเมื่อปริมาณเม็ดพลาสติกที่สั่งซื้อ เพิ่มขึ้น ราคาวัตถุดิบที่ได้ก็จะลดลง อีกทั้ง มี Fixed Cost บางตัวที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิต ก็จะทำให้กำไรสุทธิดีขึ้นไปอีกขั้น

ลดต้นทุนในทุกจุดของการผลิต

ต้นทุนจากการขายบรรจุภัณฑ์พลาสติกประกอบด้วย ต้นทุนวัตถุดิบ คิดเป็นประมาณ 73% – 75% ของต้นทุนจากการขายบรรจุภัณฑ์พลาสติก ค่าแรงทางตรง คิดเป็นประมาณ 8% – 9% ของต้นทุนจากการขายบรรจุภัณฑ์พลาสติก และต้นทุนอื่น เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าเสื่อมราคา เป็นต้น คิดเป็นประมาณ 17% – 19% ของต้นทุนจากการขายบรรจุภัณฑ์พลาสติก

ทีมผู้บริหารของ TPBI มีความพยายามที่จะลดต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนวัตถุดิบ หรือต้นทุนทางการขาย และค่าใช้จ่ายในการขาย และการบริหารลง จะเห็นได้จาก

  • นำเม็ดพลาสติก Compound ที่บริษัทผลิตมาใช้ในกระบวนการผลิตมากขึ้น
  • ปรับปรุงเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น
  • บริหารจัดการการผลิตตามแผนความต้องการใช้สินค้ารายปีของลูกค้ารายใหญ่ ทำให้บริษัทสามารถวางแผนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale)
  • เปลี่ยนแปลงการจ่ายค่าวัตถุดิบ จากการใช้เครดิต มาเป็นการชำระเงินสด เพื่อให้ได้ราคาเม็ดพลาสติกที่ถูกลง
  • ติดตั้ง Solar Roof เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงงาน โดยเริ่มต้น 0.5 MW และจะขยายเป็น 2MW สามารถประหยัดค่าไฟไปได้ เดือนละประมาณ 1 ล้านบาท
  • นำระบบ Automation Warehouse มาปรับปรุงกระบวนการจัดเก็บสินค้า เพื่อลดความผิดพลาด และลดการใช้พื้นที่แนวราบ และนำพื้นที่ดังกล่าวมาเพิ่มกำลังการผลิต

เป็นบริษัทเดียวในไทย ที่ได้รับการยกเว้นมาตรการการทุ่มตลาด (Anti-dumping Duty) จากสหรัฐอเมริกา

ในอดีต อุตสาหกรรมถุงพลาสติกในประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่นำเข้า เนื่องจากสินค้าที่นำเข้ามีราคาต่ำกว่าราคาสินค้าที่ผลิตในประเทศเป็นอย่างมาก โดยประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping Duty) ของสินค้าประเภทถุงพลาสติกหูหิ้วกับผู้ผลิตถุงพลาสติกหูหิ้วในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ จีน มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ไต้หวัน และเวียดนาม

อย่างไรก็ดี ในปี 2008 บริษัทร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศฟ้องร้องกระทรวงพาณิชย์ของประเทศสหรัฐอเมริกากับ WTO ในกรณีการใช้วิธีการคำนวณอัตราภาษีกรณีตอบโต้การทุ่มตลาดอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งในเดือนกรกฎาคม 2010 กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาได้ประกาศให้เลิกใช้วิธีการคำนวณดังกล่าว ตามคำตัดสินของ WTO และ TPBI เป็นบริษัทเดียวจากประเทศไทยที่หลุดจากกรณีตอบโต้การทุ่มตลาดและไม่มีภาระภาษีนำเข้าส่วนเพิ่มเมื่อส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา


จุดอ่อนของธุรกิจ (Weaknesses)

แนวโน้มการลดใช้ถุงพลาสติก

จากกระแสการลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติก ไม่ว่าจะเป็นการที่รัฐสภายุโรป ได้ผ่าน กฏหมาย การลดใช้ถุงพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวลงครึ่งหนึ่งในปี 2019 ซึ่งตามแผน จะลดการใช้ถุงพลาสติกของประเทศสมาชิกให้เหลือ 97 ถุง/คน/ปี ภายในปี 2019 และขยับเป็น 40 ถุง/คน/ปี ภายในปี 2025

(จำนวนการใช้ถุงหูหิ้ว ทั้งแบบใช้ครั้งเดียว (Single-Use) และแบบใช้ซ้ำ (Multiple Use)/คน/ปี ในปี 2015 ของสหภาพยุโรป ที่มา:http://www.euractiv.com)

จากกราฟจะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน ปริมาณการใช้ถุงหูหิ้วแบบใช่ครั้งเดียว ยังมีปริมาณสูง เฉลี่ยแล้วประมาณ 198 ใบ/คน/ปี ดังนั้น การที่มีกฏหมายเพื่อให้จำนวนถุงพลาสติกลดลงเหลือ 97 ใบ/คน/ปี จะส่งผลให้ความต้องการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว หายไปมากกว่าเท่าตัวเลยที่เดียว

หรืออย่างในอังกฤษ มีการเก็บค่าถุงพลาสติกหูหิ้วใบละ 5p เพื่อปรับเปลี่ยนให้ผู้บริโภค นำถุงผ้ามาใช้ในการใส่สินค้าแทน

อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่หันมาซื้อของ Online แทนการไปซื้อของตามห้าง Modern Trade ทำให้จำนวนการสั่งถุงหูหิ้วจากทางบริษัท ลดลง ซึ่งจะเห็นว่า มีผลต่อยอดขายของถุงหูหิ้วในอนาคต

แต่หลังจากมีการรณรงค์ให้ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วด้วยวิธีต่างๆ ส่งผลให้ ปริมาณการใช้ถุงขยะ เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเดิม เป็นนำถุงพลาสติกหูหิ้วไปใช้เป็นถุงขยะ เมื่อลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ทำให้ต้องซื้อถุงขยะไปใช้งานแทน

แต่ทั้งนี้ ทีมผู้บริหารได้ตระหนักถึงปัญหาแนวโน้มของปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วมาระยะหนึ่งแล้ว จึงได้เริ่มแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ในหมวดของ General Packaging ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น ถุง Zip Lock, Mail-Order bag, Piping bag สำหรับอุตสาหกรรม Bakery หรือถุงใส่ผักผลไม้ แทนกำลังการผลิตในถุงหูหิ้ว ที่จะลดลงในอนาคต อีกทั้ง เพิ่มกำลังการผลิตในส่วนของถุงขยะ ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น

กำไรสุทธิ อิงกับราคาเม็ดพลาสติก

เนื่องจากต้นทุนส่วนใหญ่คือต้นทุนจากวัตถุดิบ ซึ่งก็คือเม็ดพลาสติก และฟิลม์ ดังนั้นเมื่อราคาเม็ดพลาสติกในขณะที่ทำสัญญาขายกับลูกค้า ต่ำกว่าราคาตลาด ณ วันที่สั่งซื้อเม็ดพลาสติก ก็จะส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง หรือในทางกลับกัน หากราคาที่ทำสัญญาขายกับลูกค้า สูงกว่าราคาตลาด ณ วันที่สั่งซื้อก็จะส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะสะท้อนไปยังกำไรสุทธิอีกทางหนึ่ง

เพราะเนื่องจากเม็ดพลาสติกยังไม่มีเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเหมือนสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ทาง TPBI จึงใช้การบริหารจัดการความเสี่ยงโดยการสั่งซื้อเม็ดพลาสติกในช่วงราคาที่เหมาะสมต่อต้นทุนการผลิตและจัดเก็บเม็ดพลาสติกเพื่อให้เพียงพอต่อการผลิตตามคำสั่งซื้อในแต่ละช่วง ซึ่งเม็ดพลาสติกเหล่านี้เป็นวัตถุดิบที่สามารถเก็บไว้ได้ค่อนข้างนาน (ประมาณ 1 – 2 ปี เป็นอย่างน้อย) โดยยังคงสภาพและคุณลักษณะเดิมทุกประการ รวมทั้งยังเป็นวัตถุดิบที่มีการเบิกใช้เป็นประจำทุกวัน อีกทั้งการกำหนดราคาขายกับคู่ค้าแต่ละราย ก็จะมีการทำสัญญากันโดยยึดราคาเฉลี่ยตามราคาตลาดโลกอ้างอิง (ICIS Spot Price) เป็นรายเดือน หรือรายไตรมาส ทำให้กำไรขั้นต้น และกำไรสุทธิอาจมีการผันผวน แต่อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

ที่ผ่านมาจะเห็นว่า เมื่อราคาเม็ดพลาสติกในตลาดโลกปรับตัวลดลง จะมีข่าวออกมาในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกกำไรดี สม่ำเสมอ แต่ทั้งนี้ อยากให้ผู้ที่สนใจ เข้าใจว่า ราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัว ขึ้นหรือลง เป็นเพียงการสะท้อนข่าวดี หรือข่าวร้ายเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะหากต้นทุนราคาเม็ดพลาสติกในการส่งมอบให้กับคู่ค้าในรอบนี้มีกำไรดี ในรอบหน้ากำไรก็อาจลดลง เนื่องจากต้องใช้ต้นทุนของราคาในรอบนี้แทน

สินค้ามีผู้ผลิตมากราย

หากต้องการขยายกำลังการผลิต ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่ม


โอกาสทางธุรกิจ (Opportunities)

เติบโตไปกับการขยายตัวของเมือง

สินค้าส่วนใหญ่ของ TPBI จะเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น ถุงหูหิ้ว ถุงขยะ หรือฟิลม์ลามิเนตสำหรับผลิตภัณฑ์ชนิดอ่อน (Frexible Packaging)

โดยเมื่อเราเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ จะพบว่าผลิตภัณฑ์ชนิดอ่อน ต่างๆที่เป็นสินค้าที่ อยู่ในธุรกิจของ TPBI นั้น วางอยู่เต็มร้านสะดวกซื้อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ธุรกิจของ TPBI จะเติบโตไปกับการขยายตัวของร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเมือง ปัจจุบัน เราสามารถสังเกตได้ว่า ร้านสะดวกซื้อนั้นมีเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ในซอยเดียวกัน เราอาจพบร้านสะดวกซื้อรวมกัน กว่า 10 ร้าน โดยสามารถดูได้จากปริมาณสาขา 7-Eleven ในไทยที่ยังเติบโตในทุกปี

ซึ่งผลิตภัณฑ์ชนิดอ่อนนั้น มีแนวโน้มเติบโต ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสะบาย และรวดเร็ว โดยทีมผู้บริหาร เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจในจุดนี้ จึงมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตในส่วนของผลิตภัณฑ์ชนิดอ่อนจากเดิมที่ผลิตอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านเมตร/ปี ไปเป็น 200 ล้านเมตร/ปี ภายใน 3-5 ปีนี้

เจาะตลาด e-commerce ตามการเติบโตของพฤติกรรมผู้บริโภค

ธุรกิจบริการเดลิเวอรีอาหาร โอกาสใหม่ทางธุรกิจ

ไม่นานมานี้ เราจะเริ่มเห็นบริษัทต่างชาติขยับตัวเข้ามารุกตลาดในไทยหนักขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Uber ที่เพิ่งเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ UberEATS บริการจัดส่งอาหารในกรุงเทพฯ หวังเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคคนเมืองที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วเป็นหลัก โดยจับมือกับร้านอาหารชั้นนำกว่า 100 ร้าน หรือ LINE MAN แอปพลิเคชันจาก LINE ที่ใช้สำหรับบริการ messenger เพื่อสามารถสั่งอาหารได้

ซึ่งการจัดส่งอาหารนั้น จะเห็นว่าจะต้องมีส่วนของบรรจุภัณฑ์เข้าไปร่วมอยู่ด้วย ดังนั้นจึงเป็นอีกโอกาสทางธุรกิจ ที่ทีมผู้บริหาร มีแผนงานที่จะนำ TPBI ไปสู่ตลาดดังกล่าวเพิ่มขึ้น

เติบโตแบบ Inorganic Growth ผ่านการ M&A

การแผนการของผู้บริหารที่จะสร้างยอดขายเติบโต 2 เท่าใน 5 ปี สิ่งหนึ่งที่จะทำให้แผนดังกล่าวเป็นจริงขึ้นมาได้เร็วที่สุดคือการควบรวมกิจการ (M&A) และเนื่องจากบริษัท มีเงินที่ได้จากการ IPO ซึ่งเงินส่วนหนึ่งถูกเตรียมไว้สำหรับการควบรวมกิจการ แต่เนื่องจากผู้บริหาร ต้องการที่จะให้ธุรกิจที่ซื้อมา เป็นธุรกิจที่มีโอกาสที่ดีจริง คือต้องเป็นธุรกิจที่กำไร และกำไรต้องไม่มาทำให้กำไรของบริษัทลดลง หรือถ้าธุรกิจเดิมมีจุดอ่อน ทาง TPBI จะต้องสามารถเข้าไปเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานได้ บริษัท ยังศึกษาโอกาสในการควบรวมอยู่

โดยโครงการที่คืบหน้าที่สุดคือการ เซ็น MOU กับพันธมิตรท้องถิ่น Myanmar Star Group เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการทำตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกป้อนความต้องการในตลาดเมียนมา พร้อมทั้งใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก คาดจะสรุปได้ภายในเดือนมีนาคม 2017

เนื่องจากเมียนมา เป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของ GDP สูงที่สุดในอาเซียน และติด 1 ใน 10 ของโลก โดยสินค้าของคู่ค้าที่ทาง TPBI จะไปร่วมลงทุน (คาดว่าจะเป็น HMWE Plastic Bag Enterprise) ถือเป็นสินค้าที่มีตลาดของลูกค้าอยู่แล้ว และอยู่ในธุรกิจนี้มากว่า 25 ปี โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 300 ตัน/เดือน แต่ด้วยเนื่องจากกระบวนการผลิตที่ยังไม่ค่อยเต็มประสิทธิภาพมากนัก ดังนั้น หาก TPBI เข้าไปปรับปรุงประสิทธิภาพ เชื่อว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากกว่าที่เป็นอยู่ สามารถลดต้นทุน และใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ และส่งออกไปยังจีน และอินเดียได้ในอนาคต


อุปสรรค (Threats)

ธุรกิจพลาสติกชีวภาพ ต้องรอการสนับสนุนจากนโยบายรัฐบาล

ถึงแม้ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม และมีผลิตผลทางการเกษตรที่สามารถ นำมาผลิตเป็นพลาสติกชีวภาพ หรือไบโอพลาสติกได้ รวมทั้งมีผู้ประกอบการมีเครื่องมือที่พร้อมจะนำเม็ดไบโอพลาสติก มาทำเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันที่สามารถย่อยสลายได้ แต่ในภาคอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใด ริเริ่มผลิตสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกชีวภาพอย่างจริงจัง เนื่องจาก มีต้นทุนสูงกว่าพลาสติกทั่วไป 3-4 เท่า ขณะที่ ความต้องการใช้ไบโอพลาสติกในประเทศ มีเพียง 0.5% เมื่อเทียบกับความต้องการพลาสติกทั่วไป และมีสัดส่วนการเจริญเติบโตอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพมีเพียง 10% ขณะที่อุตสาหกรรมพลาสติกทั่วไปมีการเจริญเติบโตเกือบเท่าตัว

แต่หากภาครัฐส่งเสริมผู้ประกอบการที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากพลาสติกชีวภาพซึ่งย่อยสลายได้ง่าย โดยใช้มาตรการลดภาษีให้แก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาเลือกใช้สินค้าที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ก็จะทำให้ความต้องการในการใช้ไบโอพลาสติกเติบโต และเมื่อความต้องการใช้เพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตพลาสติกชีวภาพก็จะต่ำลง จนสามารถแข่งขันได้

ซึ่งปัจุบัน กรมสรรพากร ได้รับหลักการในการอุดหนุนผู้ประกอบการที่ใช้พลาสติกชีวภาพ ตอนนี้อยู่ระหว่างลงรายละเอียดว่า จะทราบได้อย่างไร ร้านค้านี้ใช้พลาสติกชีวภาพจริง และมีคุณภาพจริง

ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น TPBI ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการทำ Compound จะเป็นผู้ได้เปรียบ เนื่องจากกระบวนการผลิตพลาสติกชีวภาพ นอกจากจะต้องใช้เม็ดพลาสติกชีวภาพแล้ว หากมีกระบวนการ Compound ที่ดี จะช่วยลดต้นทุน และเสริมประสิทธิภาพการผลิตให้มีคุณภาพดีขึ้นด้วย

การวิเคราะห์ Five Force Model

การคุกคามจากคู่แข่งรายใหม่

อุตสาหกรรมพลาสติก ในส่วนของถุงหูหิ้วนั้น จริงๆแล้วต้นทุนในการทำธุรกิจไม่สูงมาก มีโรงงานผลิตถุงพลาสติกที่ใช้ห้องแถวสองห้องก็สามารถผลิตได้แล้ว โดยจำนวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลาสติกมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 3,000 กว่าราย แต่ 83% เป็นผู้ประกอบการระดับกลาง และระดับเล็ก ซึ่งไม่ใช่คู่แข่งที่จะแย่งส่วนแบ่งการตลาดจาก TPBI เพราะลูกค้าเป็นคนละกลุ่มเป้าหมาย และด้วยกระบวนการผลิต สูตรการผลิตของ TPBI เองทำให้การจะสร้างกำลังการผลิตให้มีระดับเทียบเท่ากับกำลังการผลิตถุงหูหิ้วของ TPBI โดยที่แข่งขันด้านราคาได้ จึงเป็นไปได้ยาก

สำหรับ Frexible Packaging แล้วนั้น เนื่องจากราคาของเครื่องจักรมีมูลค่าสูง การเข้าสู่ธุรกิจนี้จะต้องลงทุนสูงมาก ทำให้คู่แข่งรายใหม่อาจเกิดได้ยาก แต่ทั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญกับบริษัทข้ามชาติที่บุกตลาดในเมืองไทย โดยปัจจุบัน TAK ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ TPBI ที่ทำ Frexible Packaging ยังเป็นผู้เล่นระดับกลาง ดังนั้นหาก TPBI สามารถเพิ่มการเติบโตในส่วนของ Frexible Packaging ได้ ก็จะทำให้ TPBI สามารถแข่งขันกับผู้เล่นระดับบนซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติได้

อำนาจการต่อรองของลูกค้า

เนื่องจากลูกค้าในอุตสาหกรรมพลาสติก มีอำนาจต่อรองสูง เนื่องจากมีผู้ผลิตมากราย ดังนั้น การกำหนดราคาจึงไม่สามารถกำหนดราคาสูงมากได้ หรือในบางราย ลูกค้ายังอาศัยการทำ bidding เพื่อให้เกิดการแข่งขันราคาขึ้นระหว่างผู้ผลิตด้วยกัน จึงถือว่าอุตสาหกรรมนี้มีสงครามราคา แต่ด้วยกระบวนการผลิต และการลดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในธุรกิจ recycle หรือธุรกิจ Compound ก็เพื่อทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์จาก TPBI สามารถแข่งขันราคากับคู่แข่งรายอื่นๆได้ โดยหลังจากปรับกระบวนการผลิต อัตรากำไรขั้นต้นก็เพิ่มมาเป็น 14%-15%

ทั้งนี้ เนื่องจากราคาเม็ดพลาสติกมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา TPBI ได้กำหนดราคาเม็ดพลาสติกตามค่าเฉลี่ยของราคาตลาดกับลูกค้าแต่ละราย เป็นแบบ ปรับรายเดือน (Monthly Adjustment) หรือ ใช้ราคาเฉลี่ยเดือนปัจจุบัน เพื่อขายในเดือนถัดไป หรือปรับรายไตรมาส( Quarterly Adjustment) คือใช้ราคาเฉลี่ยไตรมาสปัจจุบัน เพื่อขายในไตรมาสหน้า ซึ่งลูกค้าของ TPBI จะเป็นลูกค้าที่ทำธุรกิจกันมายาวนาน ดังนั้นความผันผวนของราคา ก็จะถูกชดเชยในรอบการขายถัดไป

อำนาจการต่อรองของผู้ขาย

ปัจจุบัน TPBI สั่งซื้อเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนจากผู้ผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมกว่า 10 ราย โดยสั่งซื้อจากผู้ผลิตวัตถุดิบรายหลักในประเทศ ได้แก่ บริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด และบริษัท เอสซีจี พลาสติกส์ จำกัด โดยมียอดสั่งซื้อจากรายใหญ่สองรายนี้ คิดเป็น 37.19% และ 15.31% ของมูลค่าเม็ดพลาสติกที่ซื้อในปี 2559 ตามลำดับ การที่บริษัทสั่งซื้อเม็ดพลาสติกจากผู้ผลิตสองรายนี้เป็นจำนวนค่อนข้างมาก เนื่องจากเม็ดพลาสติกมีคุณภาพดีและมีคุณสมบัติได้มาตรฐาน อีกทั้งใช้เวลาในการสั่งซื้อจนถึงจัดส่งไม่มาก การซื้อเม็ดพลาสติกจาก บริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด และบริษัท เอสซีจี พลาสติกส์ จำกัด จะมีการทำสัญญารายปี ซึ่งระบุปริมาณเม็ดพลาสติกที่จะใช้ต่อเดือน ตามแผนการผลิตที่วางไว้ หากปริมาณไม่เพียงพอต่อการผลิตจริง บริษัทจะทำการสั่งซื้อเป็นครั้งๆ ไป โดยใช้ราคาส่งมอบ ณ วันสั่งซื้อ ในตลาดโลกอ้างอิง (ICIS Spot Price)

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการสั่งซื้อเม็ดพลาสติกจากต่างประเทศ โดยสั่งซื้อจากประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นตัวกลางในการจัดจำหน่ายเม็ดพลาสติก และซื้อโดยตรงจากผู้ผลิตที่ประเทศคูเวต ที่ผ่านมากลุ่มบริษัทไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนเม็ดพลาสติก

ในการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนเพื่อสินค้าบริโภคและอุปโภคนั้น TAK สั่งซื้อฟิล์มลามิเนตซึ่งเป็นฟิล์มที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนประเภทความหนาแน่นต่ำเชิงเส้น (LLDPE) และเป็นวัตถุดิบหลักของการผลิตจาก TPBI เพียงรายเดียว และซื้อฟิล์มชนิดอื่นๆ เช่น ฟิล์มที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีน (Biaxially Oriented Polypropylene: BOPP) ฟิล์มที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลีเอสเตอร์ (Polyester: PET) อลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminum Foil) เป็นต้น จากผู้จัดจำหน่ายหลายรายในประเทศ และมีการสั่งซื้อฟิล์มไนลอน (Nylon) จากประเทศอินโดนีเซียและญี่ปุ่น

จะเห็นว่า ราคาของวัตถุดิบหลักที่ใช้ในกระบวนการผลิตของทาง TPBI ได้แก่เม็ดพลาสติกนั้น จะใช้การกำหนดราคาขายตามราคาตลาดโลก ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องอำนาจต่อรองของผู้ขาย เพราะเม็ดพลาสติก เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งสามารถหาจากรายอื่นทดแทนได้ แต่ทั้งนี้ ด้วยสัมพันธ์ในการทำธุรกิจอันยาวนาน ทาง TPBI ก็ยังสั่งวัตถุดิบจากผู้ผลิตรายเดิม

ส่วนฟิลม์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนเพื่อสินค้าบริโภคและอุปโภคนั้น เป็นการสั่งจากบริษัทแม่คือ TPBI แต่เพียงรายเดียว เข้าทำนอง เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน

สำหรับวัตถุดิบอื่นๆ ที่ใช้ในการผลิต เช่น หมึกพิมพ์ กาว น้ำมัน กล่องบรรจุ สติกเกอร์ บริษัทจะจัดหาผู้จัดจำหน่ายที่เหมาะสมโดยการเปรียบเทียบราคาและคุณภาพ ซึ่งจะเปรียบเทียบประมาณ 2-3 ราย ก่อนการตัดสินใจสั่งซื้อ

การคุกคามจากสินค้าทดแทน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประชาคมโลกมีความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และมีการรณรงค์ให้ลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว โดยมีนโยบายการต่างๆออกมา ไม่ว่าจะเป็นการให้ใช้ถุงผ้า การให้ใช้ซ้ำ (Reuse) แต่พฤติกรรมผู้บริโภคในการใช้ถุงพลาสติกก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เนื่องจากการให้ผู้บริโภคพกถุงพลาสติกหูหิ้วที่เคยได้รับหรือถุงผ้าเพื่อมาใส่สินค้าเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ สำหรับบางประเทศได้ประกาศการจัดเก็บภาษีสำหรับถุงพลาสติกหูหิ้วใบใหม่จากผู้บริโภคในโมเดิร์นเทรดจากผู้บริโภคในอัตราประมาณ 6 บาทต่อใบ โดยยกเว้นถุงพลาสติกที่ใช้ใส่อาหารสด ซึ่งทำให้จำนวนการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วลดลง กลับทำให้ยอดการสั่งซื้อถุงขยะเพิ่มมากขึ้น และการลดลงของถุงพลาสติก กลับทำให้ต้นทุนของบรรจุภัณฑ์ทดแทนถุงพลาสติกสูงขึ้น 8-9 เท่า เห็นได้ว่าถุงพลาสติกหูหิ้วเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักสินค้าได้มาก สะดวกสบายต่อการใช้ มีราคาต่อหน่วยต่ำ และ ยังไม่มีสินค้าใดที่สามารถมาทดแทนการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น โอกาสที่โมเดิร์นเทรดและผู้บริโภคจะเลิกใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วอย่างถาวรจึงยังมีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย

อีกทั้ง สินค้าที่เป็นอาหารสำเร็จรูป ยังไม่สามารถหาบรรจุภัณฑ์อื่นมาทดแทนฟิลม์ลามิเนตได้ ดังนั้น บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนเพื่อสินค้าบริโภคและอุปโภคจะยังคงต้องใช้พลาสติกไปอีกนาน

การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมถุงพลาสติกหูหิ้วและถุงขยะ

ประเทศผู้ผลิตถุงพลาสติกหูหิ้วและถุงขยะหลักของโลกประกอบไปด้วย จีน ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม โดยปัจจุบัน ต้นทุนแรงงานของผู้ผลิตในจีน  ไทย และมาเลเซีย ไม่ได้มีความแตกต่างกันมาก มีเพียงผู้ผลิตจากเวียดนามยังได้เปรียบด้านต้นทุนแรงงาน แต่อย่างไรก็ตาม ต้นทุนด้านแรงงานไม่ได้เป็นปัจจัยในการพิจารณาเลือกผู้ผลิตถุงพลาสติกเพียงปัจจัยเดียว ผู้ซื้อเน้นปัจจัยคุณภาพที่เชื่อถือได้ และการส่งมอบงานที่ตรงต่อเวลาเป็นหลัก

สำหรับอุตสาหกรรมถุงพลาสติกในประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกผลกระทบจากสินค้านำเข้าจากทวีปเอเชียที่มีราคาต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศอย่างมาก ทางสหรัฐอเมริกาได้เริ่มประกาศมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping Duty) ของสินค้าประเภทถุงพลาสติกหูหิ้วกับผู้ผลิตถุงพลาสติกหูหิ้วในภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ดี ในปี 2008 TPBI ร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศฟ้องร้องกระทรวงพาณิชย์ของประเทศสหรัฐอเมริกากับ WTO ในกรณีการใช้วิธีการคำนวณอัตราภาษีกรณีตอบโต้การทุ่มตลาดอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งในภายหลังกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาได้ประกาศให้เลิกใช้วิธีการคำนวณดังกล่าว ตามคำตัดสินของ WTO และ TPBI เป็นบริษัทเดียวจากประเทศไทยที่หลุดจากกรณีตอบโต้การทุ่มตลาดและไม่มีภาระภาษีนำเข้าส่วนเพิ่มเมื่อส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา

ประเทศผู้ส่งออก ปีที่เริ่มมีผลบังคับใช้ อัตราฯที่บังคับใช้(Max
/Min
/Avg)
ปีที่มีการทบทวน อัตราฯล่าสุด
(Max
/Min
/Avg)
บริษัทที่พ้นจากการเสีย Anti-dumping Duty ณ ปัจจุบัน
จีน 2004 77.57
19.79
77.57
2016 77.57
3.19
77.57

Hang Lung Plastic Manufactory, Ltd. และ Nantong Huasheng Plastic Products Co., Ltd.

มาเลเซีย 2004 101.74
84.94
84.94
2016 101.74
84.94
84.94

Bee Lian Plastic Industries Sdn. Bhd.

ไทย

2004 122.88
2.26
2.80
2016  122.88
0.80
4.69
 TPBI

อินโดนีเซีย

2009 85.17
69.64
69.64
2016  85.17
69.64
69.64
-ไม่มี-

ไต้หวัน

 2010  95.81
36.54
36.54
2016  95.81
36.54
36.00
 -ไม่มี-

เวียดนาม

 2010  76.11
52.30
76.11
2016 76.11
52.30
76.11
-ไม่มี-
แหล่งข้อมูล : Federal Register สหรัฐอเมริกา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2016

จะเห็นว่า ถึงแม้เวียดนาม จะมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนแรงงาน และยังได้รับการสนับสนุน (Subsidy) จากรัฐบาลเวียดนามตามอัตราที่รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาเรียกเก็บ แต่สำหรับ TPBI ซึ่งได้รับการยกเว้นมาตรการทุ่มตลาดตั้งแต่ปี 2008 แต่ถึงกระนั้น ยังคงต้องจับตานโยบายทางเศรษฐกิจของ ปธน.โดนัล ทรัมป์ กับประเทศในแถบเอเชีย ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

คู่แข่งทางธุรกิจ