Blog

สรุป Opp Day Q2/60 TPBI

วันที่ 04 ก.ย. 60 เวลา 9:00 – 10:00

ภาพรวม

สัดส่วนการถือหุ้น

Q2 17 Q1 17
  • ครอบครัวบริสุทธนะกุลถือเท่าเดิมที่ 73.91%
  • กองทุนบัวหลวงถือเท่าเดิมที่ 11.54%
  • สถาบันอื่นๆถือเหลือ 0.68%
  • นักลงทุนอื่นๆ เพิ่มเป็น 13.87%

(สังเกตว่านักลงทุนสถาบันอื่นๆลดลงเรื่อยๆ)

พอร์ตสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

Q2 17 Q1 17 Q2 16

เมื่อเปรียบเทียบ Q2/17,Q1/17 และ Q2/16 ตามลำดับ

  • ถุงหูหิ้วลดจาก Q2/16 จาก 47% -> 42% แต่หากเทียบกับ Q1/17 จะเห็นว่าเพิ่มจาก 34% (มีส่วนที่ลดจากสาเหตุของลูกค้ารายใหญ่ที่ออสเตเลีย และอเมริกา กฏหมายการห้ามใช้ถุงในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่เคยแจ้งในคำอธิบายฝ่ายจัดการ)
  • ถุงขยะทรงตัว 20% -> 22% -> 21%
  • Multi-layer-blown film ทรงตัว 9% -> 8% ->9% แต่ในแง่ของรายได้เพิ่มขึ้น
  • Flexible Packaging เพิ่มจาก Q2/17 จาก 11% เป็น 14% แต่ทรงตัวจาก Q1/17
    • เป็นปีที่ดีของ Food Maker ที่เป็นผู้ส่งออก
    • เริ่มขายลูกค้าต่างชาติ ในออสเตเลีย และยุโรป
  • Others เพิ่มจาก Q2/17 12% เป็น 15% แต่ลดลงจาก Q1/17 ที่ 22% (Q1/17 มีส่วนของการซื้อมาขายไปเพิ่มมาเป็นพิเศษ)

ยอดขายตามแต่ละประเทศ

Q2 17 Q1 17 Q2 16
  • ในประเทศทรงตัวจาก Q2/16 จาก 40% -> 41% แต่ถ้าเปรียบเทียบกับ Q1/17 ลดลงจาก 45%
  • ออสเตเลียเพิ่มขึ้นเป็น 34% จาก Q1/17 ที่ 28% และเพิ่มจาก Q2/16 ที่ 24%
  • ญี่ปุ่นทรงตัวที่ 10%
  • อังกฤษลดลงจาก Q2/16 จาก 10% เหลือ 5% (เกิดจากปัญหา Brexit ที่ทำให้ค่าเงินปอนด์อ่อนค่า ทำให้ลูกค้าชะลอการสั่งสินค้าเช่นเดียวกับที่แจ้งไว้ใน Q1/17)
  • อเมริกาลดลงจาก Q2/16 จาก 12% เหลือ 6%   และลดจาก Q1/17 ที่มีสัดส่วน 7% (จากกฏหมายห้ามใช้ถุงในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย)
  • อื่นๆ คงที่

Capacity ยังไม่เปลี่ยนแปลงจาก Q4/16

Utilization Rate

  • General Packaging ลดจาก 80% เหลือ 77% (ทำให้ Gross Profit และ Net Profit ลดลงเนื่องจาก Fixed Cost คงที่ และมีการ Transform จากถุงหูหิ้ว ไปหา Product อื่นๆ)
  • Multi Layer เพิ่มขึ้นจาก 75% เป็น 84%
  • Flexible Packaging เพิ่มจาก 62% เป็น 72% (เริ่มจะใกล้แตะระดับก่อนขยายกำลังการผลิต)

Key Factor

  • ราคาน้ำมันอยู่ในทิศทางทรงตัว (+/-)
  • HDPE, LLDPE ราคาอยู่ในทิศทางลดลง แต่เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ไม่ได้รับผล (+/-)
  • เงินบาทแข็งค่าขึ้น จาก 35 บาท/USD เป็น 33 บาท/USD (-) แต่มีการทำ Forward Contact สม่ำเสมอ

ผลประกอบการ

  • รายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1,179 ล้านบาท เป็น 1,182 ล้านบาท

แยกตามพอร์ตสินค้า

  • รายได้ถุงหูหิ้วลดลงลดลงจาก 499 ล้านบาท เป็น 486 ล้านบาท
  • รายได้ถุงขยะเติบโตเล็กน้อย จาก 231 ล้านบาท เป็น 238 ล้านบาท
  • รายได้ Multi-layer blown film เพิ่มขึ้นจาก 77 ล้านบาท เป็น 101 ล้านบาท
  • รายได้ Flexible Packaging เพิ่มขึ้นจาก 158 ล้านบาท เป็น 165 ล้านบาท
  • รายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้นจาก 231 ล้านบาท เป็น 238 ล้านบาท


Gross Profit Margin จาก 14.8% ลดเหลือ 9.5% และ Net Profit Margin จาก 8.0% เหลือ 2.9% จากการ utilize กำลังการผลิตที่อยู่ในช่วงการ transformation ทำให้การ utilize ไม่ได้เต็มที่ อีกทั้งยังอยู่ในช่วง learning curve เพื่อปรับเพื่อลดต้นทุน และค่าเงินบาทที่แข็งค่า

Future Plan

General Packaging Transformation

  • สถานการณ์ตลาดรุมเร้า ทั้ง Brexit และการรณรงค์การเลิกใช้ถุงพลาสติกทั่วโลก
  • จากการสำรวจตลาด มีแนวโน้มเริ่มกลับมาใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ซ้ำ แทนถุงกระดาษ เนื่องจากเริ่มตระหนักว่าถุงกระดาษมี carbon foot print มากกว่า โดยกำลังศึกษา และพัฒนา design ใหม่ สำหรับถุงใช้ซ้ำ
  • ตลาดอเมริกากำลังหา parter รายใหม่ ต้องรอความคืบหน้าในปีหน้า (2017)
  • ตลาดอังกฤษเริ่มมี order กลับมา เมื่อเงินปอนด์แข็งค่าขึ้น
  • มิ.ย. ปีหน้า (2017) ห้างใหญ่ที่ออสเตเลียจะเลิกใช้ถุงหูหิ้วชนิดครั้งเดียว
  • ปีนี้ใน 6 เดือน จากการทำ transformation ทำให้มีผลิตภัณฑ์สำหรับถุงพลาสติก 5-6 รายการซึ่งดูมีความยั่งยืน แต่ยังต้องรอ 1-2 ปี เพื่อให้กำลังการผลิตสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด
  • แผนที่ตั้งไว้ประมาณ 1000 ตัน/เดือน ตอนนี้ 6 เดือนได้ประมาณ 700 ตัน/เดือน (มียอดขายใน 6 เดือนแล้ว 2,350 ตัน) เนื่องจากมีการปรับปรุง และหยุดเครื่องจักร
  • ถุงสำหรับ food packaging เริ่มดำเนินการเดือน 4 มีการเติบโต จะขยายจาก 60 ตัน/เดือน เป็น 200 ตัน/เดือนในสิ้นปี 2017 โดยจะยังมี margin ที่น้อยอยู่ เนื่องจากยังมีเศษเสียสูงอยู่ ต้องรอให้ order มีการเดิน line ผลิตที่ยาวขึ้น จะทำให้ margin ดีขึ้น
  • Industrial liner bag กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม มีการเติบโตต่อเนื่อง
  • Mail order bag กำลังหา partner ที่จะสั่งซื้ออย่างยั่งยืน (จากรูปที่นำมา เห็นว่าลูกค้าคือ 11Street) และ กำลังคิด platform สำหรับทำ e-commerce โดยลูกค้าตื่นตัวกับ mail order bag  โดยกำลังขยายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด
  • ถุงขยะ design ใหม่ มีการเติบโตต่อเนื่อง และมี order เพิ่มขึ้นมา แต่ภาพรวมอยู่เดือนละ 400 ตัน
  • ปีหน้าจะเพิ่มกำลังการผลิต transform ให้มากกว่า 1000 ตัน/เดือน
  • automation warehouse ปลายปีน่าจะเริ่ม

JV กับ Myanmar Star Group และ Solution Creation

เป้าหมาย

  • เพื่อเข้าไปซื้อธุรกิจผลิตถุงพลาสติก เพื่อบริหารจัดการ รวมถึงซื้อลูกค้าเดิมมาด้วย
  • สินค้าเดิมมีแบรนด์ และศูนย์กระจายสินค้า ประมาณ 300 ตัน/เดือน
  • เอาความชำนาญเข้าไปปรับปรุงกระบวนการผลิต
  • มีตลาดชายแดนจีน อินเดีย เพื่อเจาะตลาดชายแดนในอนาคต แต่ช่วงแรกจะ focus ที่พม่าเป็นหลัก
  • กำลังอยู่ระหว่างการขอ license (ตามที่ประกาศคือประมาณ 6 เดือน คือประมาณสิ้นปี 2017)

MOU กับ Minima ไต้หวัน 

  • อยู่ระหว่างเจรจาการเพิ่มทุน
  • คาดว่าจะซื้อเพิ่มเป็น 19%
  • รอสรุปผล และแจ้งตลาดต่อไป (คาดว่าประมาณ สิ้นปี 2016)

Flexible Packaging

  • เริ่มก่อสร้างมา 2 เดือน อยู่ในระหว่างการปรับพื้น
  • น่าจะเริ่มดำเนินการได้ประมาณ พ.ค. 2018
  • ทยอยเก็บรายละเอียดเครื่องจักร สั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว รออาคารเสร็จ จะนำมาติดตั้ง
  • phase แรก 150 ล้านเมตร/ปี โดยจะขยายเป็น 200 ล้านเมตร/ปี เมื่อ capacity เต็ม (ภายใน 1-2 ปีตามสถานการณ์ตลาด)
  • ลูกค้าในประเทศยังมีเพิ่มอยู่ โดยเจาะลูกค้าที่ยังไม่เคยขาย
  • ลูกค้าที่เป็น direct export มีตัวแทนขาย และมี Order แล้ว และเริ่มส่งของประมาณเดือนกันยายน 2017
  • ลูกค้าออสเตเลีย เริ่มมีลูกค้าแบบ direct export

Q & A 

Q: สาเหตุที่รายได้ และกำไรขั้นต้นลดลงตั้งแต่ Q4/16 เพราะเหตุใด และรายได้จะเริ่มเติบโตเมื่อไหร่

A: หลักๆเกิดจากการเปลี่ยนแปลงตลาด จากการลดการใช้ถุง แต่เนื่องจากไม่ทราบเวลาที่จะเกิดชัดเจน จนเกิดเมื่อ Q4/16 และไม่สามารถ transform ได้เนื่องจากก่อนหน้า order ของลูกค้ายังเข้ามา ไม่สามารถทำการ transform ได้ และเรื่อง Brexit และการเลิกใช้ถุงในแคลิฟอร์เนีย สำหรับ Q2/17 มีเรื่องค่าเงินบาทเข้ามากระทบชัดเจน

Q: ที่ไปร่วมลงทุนในพม่า และไต้หวันคาดหวังอะไรในระยะยาว ตั้งเป้าหมายแต่ละปีอย่างไร ผลประกอบการเป็นอย่างไร

A: สำหรับพม่า ต้องการเอาความชำนาญด้านถุงพลาสติกไปปรับปรุงกระบวนการผลิต และการขาย เนื่องจากตลาดถุงพลาสติกในพม่ายังไม่มีอุปสรรค เนื่องจากเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น สำหรับยอดขายประมาณ 100 ล้านบาท/ปี

สำหรับไต้หวันต้องการขยายในส่วนของพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

Q: SG&A มีการเติบโตมากกว่ารายได้จากสาเหตุใด

A: เกิดจากการปรับโครงสร้าง อัตราผลตอบแทนทีมงานดั้งเดิมก่อนเข้าตลาด และการเสริมทีมงานใหม่ๆในธุรกิจที่ขยายตัว

Q:หลายห้างมีนโยบายการลดการใช้ถุงพลาสติก ระยะยาวมีผลกระทบหรือไม่

A:มีผลกระทบ แต่อยู่ระหว่างการ transformation

Q: ในตลาดแคลิฟอร์เนียที่เลิกใช้ถุง แล้วได้ใช้อะไรทดแทน

A: ผู้บริหารได้มีโอกาสพูดคุยผู้บริโภค และลูกค้า (ผู้จัดซื้อตามห้างต่างๆ) ให้ความสำคัญกับ reusable และ  recyclable เช่นถุงหูหิ้วที่หนากว่าเดิม 4 เท่า ซึ่งอยู่ในแผน transformation แต่อย่างไรก็ดี มองว่ายังไงการเลิกการใช้ถุงโดยสิ้นเชิงเป็นไปไม่ได้

Q: Flexible Packaging มี gross margin สูงกว่า General Packaging กี่% มาทดแทนการลดลงของ General Packaging อย่างไร

A:margin สูงกว่า แต่ไม่สามารถตอบเป็น % ที่ชัดเจนได้เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจ ส่วนการทดแทน ไม่ได้คิดว่า general packaging จะถดถอย แต่อยู่ระหว่างการ transformation เพื่อเติบโตต่อไป

Q: บ.กังวลเรื่องการ shopping online หรือไม่ จะมีผลกระทบต่อการใช้ถุงหูหิ้วอย่างมีนัยยะสำคัญหรือไม่

A: บ.มองว่าเป็นโอกาสมากกว่า จึงได้อยู่ในแผนของการ transformation และลงทุนเครื่องจักร

Q: แนวโน้มที่เหลือของปีจะเป็นอย่างไร และมีอะไรจะมาทดแทนได้

A:ครึ่งหลังของปีอยู่ในช่วง high season อาจจะไม่แย่กว่าครึ่งแรก แต่อยากจะยังไม่ดีขึ้นชัดเจนในทันที เพราะยังต้องทำ transformation ในปีนี้ และปีหน้า

Q: มีสัดส่วนการประกันค่าเงินเท่าไหร่

A:อยู่ในเกณฑ์สูง สำหรับลูกหนี้ต่างประเทศก็เกือบจะทั้งหมด และต้องรอดูว่าตลาดค่าเงินจะเป็นอย่างไร หากค่าเงินอ่อนจะเป็นปัจจัยบวกที่ดี

Advertisements

Woolworths ประกาศนำถุงพลาสติกหูหิ้วออกจากร้านในอีก 12 เดือน

หลังจากเพิ่งโดนคลื่นลูกแรกซัดเข้าใส่หมาดๆ สำหรับถุงหูหิ้วในแคลิฟอร์เนีย (อ่าน เจาะกฏหมายการห้ามใช้ถุงพลาสติกในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้กำไร Q1/60 ของ TPBI ลดลง) ไม่ทันไร คลื่นลูกที่ 2 ก็ซัดเข้าหานาวา TPBI อีกแล้ว

คราวนี้น่าจะเป็นคลื่นลูกใหญ่ เพราะ Woolworths ลูกค้ารายใหญ่ของ TPBI จากออสเตเลีย ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าถุงพลาสติกจาก TPBI ที่มีรายได้ถึง 28% ใน Q1/60 ประกาศว่าจะยกเลิกการแจกถุงหูหิ้ว และคิดเงินกับลูกค้าที่ไม่ได้นำถุงมาเอง 15 cents เพื่อซื้อถุงหูหิ้วที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

ใน 1 ปี Woolworths แจกจ่ายถุงให้กับลูกค้าเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3.2 ล้านใบ และนั่น ก็คือรายได้ของ TPBI ที่จะหายไป

ผลกระทบที่เกิด ไม่ใช่ว่าจะเกิดในอีก 12 เดือน เพราะหาก Woolworths มีแผนที่จะเลิกใช้ถุง แน่นอนว่าปริมาณการสั่งซื้อก็คงจะต้องลดลงไปเรื่อยๆ เพื่อให้ในที่สุด จะได้ไม่มีถุงหูหิ้วคงเหลือมากนัก

นั่นหมายความว่า TPBI ก็จะต้องปรับแผน และ Transform ผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับรายได้ที่จะหายไปโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้น ปีนี้ และปีหน้า คงเป็นปีที่เหนื่อยสุดๆอีกปี

ฝากความหวังไว้กับทีมผู้บริหาร และพนักงานทุกท่านครับ…

สรุปข้อมูลใหม่ของ TPBI เพิ่มเติมที่ได้จาก Money Talk@SET

จากวันที่ 16 ก.ค. 60 มีสัมมนาหัวข้อ “4 หุ้นเด่นครึ่งปีหลัง” สำหรับส่วนของ TPBI ในส่วนที่เป็นข้อมูลใหม่ ทางเพจขอสรุปรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้ครับ (ใครสนใจข้อมูลพื้นฐาน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ)

  • ผลิตภัณฑ์สำหรับโรงชำแหละ มีผลตอบรับดี
  • ถุงขยะก็ยังเติบโต
  • Frexible Packaging ในส่วนของ snack มี margin น้อย
  • Frexible Packaging ส่วนของอาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็น area หลักของ TAK มี margin ที่ดีกว่า snack มีการเติบโต และได้รับ order จากต่างประเทศเพิ่มเติม (จากเดิมที่เป็นการสั่งซื้อในประเทศ) ทำให้ frexible packaging มียอดการสั่งซื้อใน Q2/60 อยู่ 1 เดือนทำสถิติสูงสุดตั้งแต่เปิด TAK มา
  • โรงงาน Frexible Packaging ที่ขยาย 50 ล้านเมตรจะเปิดในวันที่ 1 พ.ค. 61
  • M&A ในปีนี้จะมีจบประมาณ 2 ราย สำหรับราย Myanmar Star Group จะจบภายใน 1-2 เดือนซึ่งการเติบโตจะประมาณ 10%/ปี

 

นาวาที่ชื่อ TPBI กับการฝ่าทะเลพายุ Disruption

“สักวันหนึ่ง ถ้าโลกนี้ไม่มีถุงหูหิ้วขึ้นมา เราก็ต้องอยู่ให้ได้ ด้วยผลิตภัณฑ์อื่น” ประโยคที่ทางผู้บริหารปลุกใจพนักงาน ในวันที่กระแสการเลิกใช้ถุงหูหิ้วเริ่มล้อม TPBI เข้ามา…

ซึ่งหากว่ากันตามตรงแล้ว ถุงหูหิ้ว คือกิจการหลักของ TPBI ที่ทำมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม และเป็นจุดเด่น ที่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากมีกระบวนการปรับปรุงเครื่องจักร ให้มีประสิทธิภาพ และกระบวนการ compound สำหรับการลดต้นทุน ซึ่งที่ผ่านๆมา ถือเป็นรายได้หลักของ TPBI เลยก็ว่าได้ โดยพิจารณาจากยอดขายที่ผ่านมาย้อนหลัง ดังนี้

สินค้า รายได้ (ล้านบาท)
2016 2015 2014 2013 2012
ถุงหูหิ้ว 3,207.51 3,268.82 3,488.07  2,678.34  2,600.22

โดยหัวใจหลักของอัตรากำไรสุทธิ เกิดจากการประหยัดต่อขนาด (economy of scale) ของยอดขายจากถุงหูหิ้ว ซึ่งเมื่อผสมกับการใช้เทคโนโลยี compound ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ อัตรากำไรขั้นต้นสามารถ กระโดดมาเป็นประมาณ 15% ได้ในปี 2016 และส่งผลให้ อัตรากำไรสุทธิเพิ่มเป็น 8%

แต่…ถุงหูหิ้ว กำลังจะหายไปจากโลกใบนี้

จากการที่ถุงหูหิ้ว ดูเหมือนจะเป็นผู้ร้ายในสายตาชาวโลก ด้วยความคิดที่ว่า ใช้ครั้งเดียว แต่ต้องใช้เวลาย่อยสลาย หลายร้อยปี และในทะเล ขยะพลาสติกมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้สัตว์ทะเลตายลง เนื่องจากคิดว่าเป็นอาหาร

กระแสการลดใช้ถุงหูหิ้วจึงเริ่มส่งผลกระทบ โดยมีการรณรงค์ออกมามากมาย โดยผลของการรณรงค์นั้น ส่งผลให้ ยอดขายใน Q1/17 ลดลงอย่างน่าใจหาย และทำให้กำไรสุทธิลดจาก 8% มาเหลือเพียง 5%

เหตุการณ์นี้ ทางผู้บริหารคาดการณ์มานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนเข้าตลาด แต่เนื่องจากการรณรงค์ เริ่มส่งผลใน Q1/17 (ความจริงเริ่มเห็นตั้งแต่ Q4/16 แล้วบ้าง) ซึ่งทาง TPBI จึงได้ทยอยปรับปรุงเครื่องจักรถุงหูหิ้ว ไปเป็นสินค้าพลาสติกอื่น ที่ไม่มีผลกระทบกับนโยบายสิ่งแวดล้อม ซึ่งระหว่างที่อยู่ในกระบวนการปรับปรุง ก็จะส่งผลให้กำไรหดตัว แต่เพื่อผลระยะยาวในอนาคต เหมือนตอนนี้ TPBI กำลังฝ่าพายุกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แม้ว่าจะต้องกลืนเลือดเนื้อของตัวเอง ในที่นี่หมายถึงการลดขนาดของธุรกิจถุงหูหิ้วเดิม เพราะหาก TPBI ไม่ทำในตอนนี้ สักวัน TPBI อาจหายไปจากวงการธุรกิจ

หากว่ากันตามตรง ยังไง พลาสติก ก็ไม่มีวันหายไปจากชีวิตประจำวันได้ แต่อาจเปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบอื่นเช่น ถุงใส่อาหารสำเร็จรูป ขนม ฟิลม์ห่อหุ้ม ฯลฯ ดังนั้นการปรับตัวเพื่อไม่ให้ถูก disrupt เป็นหนึ่งในจุดเด่นของ TPBI ที่ยังต้องรอการพิสูจน์

จะว่าไปก็เหมือนกับครั้งหนึ่ง Fuji Film ยอมลดขนาดธุรกิจผลิตฟิลม์ถ่ายรูป เพื่อไปทำธุรกิจกล้อง Digital ทั้งที่ตอนนั้น เพิ่งเริ่มต้นของยุคการถ่ายภาพด้วยกล้อง Digital

ในวันที่ Kodak หายไป Fuji Film ยังคงอยู่ และเติบโตยิ่งกว่าเดิม และสักวัน TPBI ก็จะเป็นแบบนั้น

ในปี 1988 Fuji Film เคยนำเรือฝ่าพายุนี้มาแล้ว เกือบ 30 ปีถัดมา เรือ TPBI กำลังออกจากฝั่ง…และพายุลูกใหญ่รออยู่ข้างหน้า…

สรุป Opp Day Q1/60 TPBI

วันที่ 29 พ.ค. 60 เวลา 9:00 – 10:00

***คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่านคำถามที่ถามไปทาง IR สำหรับ Oppday ครับ***

ภาพรวม

สัดส่วนการถือหุ้น

Q1 17 Q4 16
  • ครอบครัวบริสุทธนะกุลถือเท่าเดิมที่ 73.91%
  • กองทุนบัวหลวงถือเพิ่มเป็น 11.54%
  • สถาบันอื่นๆถือเหลือ 0.85%
  • นักลงทุนอื่นๆ เพิ่มเป็น 13.7%

พอร์ตสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

Q1 17 Q4 16 Q1 16

เมื่อเปรียบเทียบ Q1/16,Q4/16 และ Q1/17 ตามลำดับ

  • ถุงหูหิ้วลดจาก 47% -> 41% -> 34% ซึ่งเป็นไปตามทิศทางตลาดที่ลดการใช้ถุง และเป็นไปตามความตั้งใจของบริษัท (มีส่วนที่ลดจากสาเหตุของลูกค้ารายใหญ่ที่ออสเตเลียอยู่ในช่วงต่อสัญญา ปัญหา Brexit และ กฏหมายการห้ามใช้ถุงในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่เคยแจ้งในคำอธิบายฝ่ายจัดการ)
  • ถุงขยะ 21% -> 24% -> 22% เป็นไปในส่วนที่มาทดแทนถุงหูหิ้ว (แต่ Q1/17 ที่เป็น % ลดลง แต่ความเป็นจริงยอดขายถุงขยะเพิ่มขึ้น)
  • Multi-layer-blown film 9% -> 7% ->8% เกิดจากการย้ายเครื่องจักรเสร็จสิ้น ทำให้สัดส่วนกลับมาใกล้เคียง Q1/16
  • Frexible Packaging จาก 11% -> 13% -> 14%
  • Others จาก 12% -> 15% ->22% มีการเพิ่มขึ้นจาก Opportunity ด้านธุรกิจอื่นๆที่เข้ามา (น่าจะเป็นส่วนของถุงใส่ผักผลไม้ ถ้วยกระดาษ และเม็ดคอมพาวด์ ซึ่งไม่ได้แยกส่วนนี้ตามที่เคยบอกว่าจะแยก อันนี้ต้องสอบถามต่อไป)

ยอดขายตามแต่ละประเทศ

Q1 17 Q4 16 Q1 16
  • ในประเทศจาก 34% -> 37% -> 45% (เกิดจากสัดส่วนส่งออกที่ลดลง มีการพึ่งพาในประเทศเพิ่มขึ้น และยอดขายที่ลดลงทั้งในอังกฤษ และอเมริกา)
  • ออสเตเลียจาก 25% -> 24% -> 28%
  • ญี่ปุ่น 9% -> 9% -> 10%
  • อังกฤษ 13% -> 14% -> 6% (น่าจะเกิดจากปัญหา Brexit ที่ทำให้ค่าเงินปอนด์อ่อนค่า ทำให้ลูกค้าชะลอการสั่งสินค้า)
  • อเมริกา 14% -> 14% -> 7% (จากกฏหมายห้ามใช้ถุงในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย)
  • อื่นๆ คงที่

Capacity ยังไม่เปลี่ยนแปลงจาก Q4/16

Utilization Rate

  • General Packaging ลดจาก 90% เหลือ 70% (ทำให้ Gross Profit และ Net Profit ลดลงเนื่องจาก Fixed Cost คงที่)
  • Multi Layer ลดจาก 87% เหลือ 74% แต่ Output ที่เป็นตันจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการย้ายเครื่องจักร ทำให้ Capabality เพิ่มขึ้น โดย utilization rate กำลังไต่กลับขึ้นมา
  • Frexible Packaging เพิ่มจาก 62% เป็น 70%

Key Factor

  • ราคาน้ำมันอยู่ในทิศทางขาขึ้น (-)
  • HDPE, LLDPE ราคาอยู่ในทิศทางขาขึ้น (-)
  • เงินบาทแข็งค่าขึ้น (-) แต่มีการทำ Forward Contact สม่ำเสมอ

ผลประกอบการ

  • รายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1,178 ล้านบาท เป็น 1,185 ล้านบาท

แยกตามพอร์ตสินค้า

  • รายได้ถุงหูหิ้วลดลงลดลงจาก 554 ล้านบาท เป็น 397 ล้านบาท ตามทิศทางของโลก
  • รายได้ถุงขยะเติบโตเล็กน้อย จาก 238 ล้านบาท เป็น 263 ล้านบาท
  • รายได้ Multi-layer blown film เพิ่มขึ้นจาก 79 ล้านบาท เป็น 96 ล้านบาท
  • รายได้ Frexible Packaging เพิ่มขึ้นจาก 145 ล้านบาท เป็น 163 ล้านบาท
  • รายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้นจาก 161 ล้านบาท เป็น 258 ล้านบาท


แต่เนื่องจากสินค้าหลักได้แก่ถุงหูหิ้วลดลง ทำให้ utilization rate ลดลงทำให้ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ทำให้ Gross Profit Margin จาก 16.3% ลดเหลือ 12% และ Net Profit Margin จาก 8.2% เหลือ 5%

Future Plan

General Packaging

  • เพิ่มกำลังการผลิตถุงขยะ
  • ถุงใส่ผักผลไม้ (produce bag on roll) ได้ commit order กับลูกค้าออสเตเลียสำหรับการขยายกำลังการผลิตแล้ว
  • เพิ่มถุงแฟชั่นแบบใช้ recycle
  • Industrial Liner Bag มีกำลังการผลิต และยอดขาย และลูกค้าเพิ่มขึ้น
  • โรงงานสำหรับ Food Standard ผ่านมาตรฐาน BRC แล้ว
    • Food Freezer Bag อยู่ในแผนที่กำลังพัฒนา
    • Piping Bag รอลูกค้ามา Audit กลางเดือนมิ.ย. 60 (แสดงว่ายอดขายเข้ามา Q3/60)
    • Zipper Bag กำลังทำงานกับ Partner ยังไม่ได้มีกำลังการผลิต
    • Mail Order Bag ได้ส่งไปแล้ว มี Potential สูง กำลังมี Order ตามมาอีก
    • Security Bag
  • ถุงขยะ มี design ใหม่ กำลังทำงานกับหลายๆประเทศ ได้ contact เดือนละ 100 ตัน เริ่มเดือนมิ.ย. 60

การขยายกำลังการผลิตในแต่ละประเทศ

  • อเมริกา
    • ขยายกำลังการผลิตถุงขยะ และ Produce Bags on Roll
    • เพิ่มถุงแฟชั่น แบบใช้ recycle
  • ยุโรป
    • ขยายกำลังการผลิตถุงขยะ และ Produce Bags on Roll
    • เพิ่ม Mail Order bags และ Piping Bags
  • ประเทศไทย
    • ขยาย frexible packaging
    • เพิ่ม industrial liner bags
    • Zipper Bags กำลังทำงานกับ partner
  • ออสเตเลีย
    • ขยายกำลังการผลิตถุงขยะ ได้จากลูกค้ารายใหญ่
    • Produce Bags on Roll เพิ่งมี order เล็กๆ

 

TGRT ที่ซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 100% เดิมก็ได้มีการ conso งบมาอยู่แล้ว แต่เพื่อให้การทำงานในทิศทางเดียวกัน และรวมเป็นเนื้อเดียวกัน จึงได้ตกลงซื้อทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำสัญญา ภายในเดือน มิ.ย. 60

การขยายกำลังการผลิตสำหรับการ Transform มีทั้งที่ปรับปรุงเครื่องเอง และสั่งเครื่องมา โดยมีแผนการ Transform 1,000 ตัน/เดือน โดยขณะนี้ ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 50% โดยตั้งแต่ต้นปี 60 มามีขายสินค้าที่เกิดจากการ Transform ไปแล้ว 700 ตัน โดยมีระยะเวลาการ Transform ใช้เวลาประมาณ 2 ปี 

Automation warehouse น่าจะเสร็จสิ้นปี 60 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพ ลดต้นทุน

Frexible Packaging

  • กำลังการผลิตปัจจุบันยังเดินเต็มกำลังการผลิต
  • จัดซื้อที่ดินเรียบร้อยแล้ว ออกแบบเรียบร้อยแล้ว
  • ขออนุญาตก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว
  • เริ่มการผลิตได้ประมาณ เม.ย. – พ.ค. 61
  • ใช้ระบบ automated warehouse
  • โรงงานใหม่รองรับกำลังการผลิตถึง 100 ล้านเมตรพิมพ์/ปี

Multi-layer blown film

  • เนื่องจาก Frexible Packaging เพิ่มขึ้น จึงต้องเพิ่ม multi-layer blown film
  • มีการสั่งเครื่องจักรใหม่ โดยเริ่มกำลังการผลิตได้ประมาณต้นปี 61
  • กำลังทำงานกับลูกค้ารายใหญ่ 2 ราย อยู่ในช่วง trial ไปแล้ว 50% หากผ่าน จะต้องเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มอีก

M & A

  • MOU อยู่ในช่วงตรวจสอบรายละเอียด หากเสร็จแล้วจะทำการลงนามใน Joint Venture
  • due อื่นๆยังอยู่ในส่วนของการดำเนินงาน เมื่อมีความคืบหน้าจะแจ้งเพิ่มเติมให้ทราบ

Q & A (ไม่ได้มีการอ่านทวนคำถาม บางข้อผมขอเดาคำถามนะครับ)

Q: พอร์ตสินค้าตอนนี้ Margin อะไรดีสุด

A: frexible packaging มี margin สูงสุด

Q: ถุงขยะมีแบบย่อยสลายหรือไม่

A: มีขายแบบย่อยสลายบ้าง ที่อังกฤษ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบใส่ recycle

Q: ปีนี้มีแผนทำอย่างไรเพื่อให้เพิ่ม Gross Profit ได้บ้าง

A: ทั้งหมดที่ทำ เพื่อเป้าหมายการปรับปรุง Gross Profit ไม่ว่าจะเป็นการ Transform เมื่อ Volume เพิ่มก็ควรกลับมาปรับปรุง Margin การขยาย Frexible Packaging ที่ Margin สูงที่สุด เพื่อให้มาดึง Margin หรือแม้แต่ M&A พยายามเข้าไปจับ due ที่ improve margin

Q:frexible packaging เมื่อ run full capacity จะเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของรายได้

A:จากเดิมที่ปัจจุบัน 14%-15% ดังนั้นเมื่อโตขึ้นอีกครึ่งหนึ่ง ก็จะประมาณ 20% – 21% และเพิ่มเมื่อครบ 100 ล้านเมตรก็จะโตเป็น 30% ทั้งนี้ หมายถึงกรณีที่สินค้าอื่นคงที่ ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้

Q: จะเป็นไปได้ใช่หรือไม่ ถ้า frexible packaging โต 2 เท่าแล้วอัตรา margin จะเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น

A: หากเป็นไปตามแผน ก็น่าจะเป็นแบบนั้น แต่ในอนาคต ต้องดูปัจจัยแวดล้อมในอนาคต แต่ทั้งนี้ ไม่หมายความว่า frexible packaging จะมี margin ดีกว่า general packaging โดยเป้าหมายคือ margin รวม และที่ปัจจุบัน general packaging margin ต่ำเพราะการแข็งขัน เนื่องจาก demarn ที่ลดลง ดังนั้นหากการ transform สำเร็จ ก็มีโอกาสปรับ margin ในส่วนของ general packaging กลับมาด้วย

(จบละ สังเกตว่าคำถามน้อยมาก เหมือนว่าจะไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจ แต่คำถามอื่นๆ ผมจะถามไปทาง IR ภายหลังละกันครับ น่าเสียดายที่ทำงาน ไม่มีโอกาสได้ส่งคำถาม…)

***คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่านคำถามที่ถามไปทาง IR สำหรับ Oppday ครับ***